พิธีกรรม ( Ritual )
พิธีกรรมกับเทศกาล ส่วนใหญ่จะมาคู่กันเสมอ จะต่างกันก็ต่อเมื่อการปฏิบัติ เช่น
เทศกาลนั้นมักจะปฏิบัติงานในกรณีของส่วนรวมเสมอ
อาจจะไม่มีบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์อยู่ก็ได้ หรือจะมีบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ แต่พิธีกรรมนั้น คือการปฏิบัติทางกาย วาจา
ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนา
เป็นการปฏิบัติที่มีบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นเครื่องส่วนตัวก็ได้ ส่วนรวมก็ได้
พิธีกรรมส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับศาสนา
ส่วนใหญ่แล้วจะเห็นว่า
พิธีกรรมต่าง ๆ
ในโลกจะมีเรื่องของศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น เพราะเป็นผลทาง
จิตใจของคนในสังคมนั้น ๆ ที่เห็นว่าคงยังมีประโยชน์อยู่บ้าง มิฉะนั้น
คงจะเลิกปฏิบัติกันไปนานแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม
พิธีกรรมหลายอย่างได้ถูกละเลยเลิกปฏิบัติกันไปก็มี คงเหลือไว้แต่พิธีกรรมที่คุณค่าเช่น
๑. พิธีกรรมเป็นเครื่องเสริมสร้างปสาทศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ในตอนที่ว่าด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งเป็นองค์ประกอบภายในอย่างหนึ่งของศาสนา เราได้ทราบแล้วว่า
สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่ง
คือ ลับและเงียบเฉย คนไม่สามารถจะติดต่อและสัมผัสได้ ทางประสาทสัมผัส สิ่งนามธรรมอันลึกลับเช่นนี้ จำเป็นต้องมีอะไรบางอย่าง เป็นเครื่องเตือนให้เกิดปสาทศรัทธา มิฉะนั้น
คนก็อาจจะลืมเอาได้ง่าย ๆ
เหมือนกัน
ในประวัติศาสตร์ศาสนามีเทพเจ้ามากมายที่ถูกมนุษย์ลืม
พิธีกรรมเป็นวิธีที่ดีอย่างหนึ่ง
ในการกระตุ้นจิตสำนึกทางศาสนาของคน
เพราะพิธีกรรมต่าง ไ
ประกอบด้วยเครื่ององค์ประกอบต่าง ๆ
รวมทั้งแสง สี เสียง และการเคลื่อนไหวที่สามารถทำให้คน เกิดความอัศจรรย์ใจ และปสาทศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีการศาสนาต่าง ๆ ในโบสถ์หรือวิหารใหญ่ ๆ ที่มีเครื่องประดับสวยงาม มีนักบวชและศาสนิกชนที่แต่งตัวดีเป็นพิเศษ บรรยากาศ
เต็มไปด้วยเสียงดนตรีกระหึ่ม
ย่อมจะรู้ชัดด้วยตนเองว่า พิธีกรรม สามารถกระตุ้นจิตสำนึกทางศาสนาได้ดีเพียงใด
ที่เมืองประยาด ( อัลละฮาบาด ) ในอินเดีย
มีพิธีอาบน้ำล้างบาป
เป็นการใหญ่เรียกว่า กุมภเมลา ซึ่งมีขึ้น
๑๒ ปีต่อ ๑ ครั้ง
ในพิธีนั้นจะมีนักบวชนิกายต่าง
ๆ นับเป็นหมื่นร่วมในพิธี ทางการจัดให้นักบวชนิกายต่าง ๆ เดินแถวลงอาบน้ำอย่างเป็นระเบียบ เพื่อป้องกันการปะทะกันระหว่างนักบวชเอง
นักบวชแต่ละนิกายมีการถือธงชัยของนิกายนำหน้า มีการ
ตีกลองศึกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ให้จังหวะกลองของนักบวชนิกายทิฆัมพระอาทิ
มีเสียงน่าหลัวเป็นพิเศษ
ได้ชื่อว่า กลองครภคันชะ แปลว่า
กลองดังน่ากลัว
จนหญิงมีครรภ์แท้งลูก
๒. พิธีกรรม เป็นเครื่องสร้างความสัมพันธ์กับเทพเจ้า
ศาสนิกชนที่เคารพนับถือเทพเจ้า
ย่อมมีความปรารถนายิ่งเงียบ ๆ
ที่จะได้เข้าไปสัมผัสกับเทพเจ้าของตน
เพื่อตนจะได้สัมผัสหรือได้รับทิพยภาวะจากเทพเจ้า ดังนั้น
ศาสนาต่าง ๆ จึงใช้พิธีต่าง ๆ เพื่อการนี้
๓. พิธีกรรม เป็นเครื่องจรรโลงอารมณ์
พิธีกรรมทำให้ศาสนามีชีวิตชีวา
และมีความหมายสำหรับคนธรรมดา
เพราะพิธีกรรมส่วนใหญ่ในศาสนามักจะมีบรรยากาศแห่งความสนุกสนานเต็มไปด้วยไมตรีภาพ ปราศจากการแบ่งชั้นวรรณะ เป็นการบรรเทาความเครียด ( Tension ) ทางอารมณ์และทางสังคมได้เป็นอย่างดี ดังเราจะเห็นได้ว่า ในพิธีทอดกฐิน
ทอดผ้าป่า ไม่ว่าจะเป็นคนถีบสามล้อกรือนายอำเภอที่ไปร่วมงานจะอยู่ในฐานะเท่าเทียมกันหมด ในอินเดีย
เทศกาลโฮลี ( Holi ) ซึ่งฉลองกัน ๓ วันก่อนวันเพ็ญเดือน ๔
มีการสาดสีผสมน้ำใส่กันแบบสงกรานต์ในเมืองไทย ในโอกาสเช่นนี้
แม้แต่ศูทรก็สามารถสวมกอดพราหมณ์ที่เป็นวรรณะสูงสุดได้ ซึ่งเป็นเวลาอื่นศูทรจะไปแตะต้องตัวพราหมณ์ไม่ได้เป็นอันขาด
ถ้าศาสนามีคำสอนเฉพาะระดับปรัชญาอันลึกซึ้งดังกล่าวแล้ว ศาสนาก็คงจะแห้งแล้งและเงียบเชียบมาก
คงนะเหมาะสำหรับชั้นปัญญาชนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น พระพุทธศาสนาในระยะแรก
ก็มีคำสอนเพียงระดับปรัชญาเห็นการปฏิบัติตามอริยมรรค เพื่อบรรลุถึงความดับทุกข์เท่านั้น
แต่ต่อมาเมื่อมีคนธรรมดาหันมานับถือมากขึ้น และหลาย ๆ
คนไม่สามารถจะเข้าถึงคำสอนชั้นระดับปรัชญาได้ พิธีกรรมก็เริ่มมีในพระพุทธศาสนา พิธีกรรมบางอย่างก็ไปยืมจากศาสนาพราหมณ์ บางอย่างก็มาจากพิธีท้องถิ่น นำมาดัดแปลงให้เหมาะสมกับคำสอนในพระพุทธศาสนา
การยืมเอาพิธีกรรมในศาสนาอื่น
หรือของชนชาติอื่นเข้ามาดัดแปลงในศาสนาของตนนี้ เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันอยู่ทั่งไป ถ้าศาสนามีแต่ระดับจริยธรรม
เต็มไปด้วยข้อห้ามมิให้กระทำสิ่งนั้นสิ่งนี้
ศาสนาก็น่าจะเป็นเรื่องน่ารำคาญเหมือนกันเพราะโดยธรรมชาติคนเราไม่ต้องการให้ใครมาห้ามปราม หรือมาบังคับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ดังนั้น
พิธีกรรมจึงเข้ามาช่วยศาสนาไว้ ทำให้ศาสนามีหลาย
ๆ ด้าน เหมาะสำหรับคนกลาย ๆ ระดับ คนมีสติปัญญาสูงก็เข้าหาระดับปรัชญา คนระดับกลางก็เข้าหาระดับจริยธรรม
คนระดับสติปัญญาธรรมดาก็เข้าหาระดับพิธีกรรม
๔. พิธีกรรม เป็นเครื่องห่อหุ้มจริยธรรมและปรัชญาไว้
เปรียบเสมือนเปลือกของต้นไม้
ทำหน้าที่ห่อหุ้มกระพี้และแก่นของต้นไม้ไว้ ทำให้ต้นไม้มีชีวิตอยู่ได้ ถ้าศาสนามีแต่คำสอนระดับปรัชญา ก็จะมีแต่ส่วนน้อยเท่านั้นที่สนใจ
๕. พิธีกรรม เป็นด่านแรกที่ดังดูดใจคนภายนอกให้มาสนใจ
เพราะพิธีกรรมทั้งหลาย
แสดงออกให้เห็นชัด มีแสงเสียง และบรรยากาศให้ตื่นตาตื่นใจ คนต่างชาติต่างศาสนา
ที่เข้าไปสู่วัฒนธรรมใหม่มักจะมีโอกาสได้สัมผัสพิธีกรรมก่อน เมือเข้าร่วมหรือได้ชมพิธีกรรมแล้ว ก็อาจจะเกิดความสนใจ อยากรู้สึกซึ่งต่อไปถึงคำสอนระดับจริยธรรม และระดับปรัชญาของศาสนานั้น ๆ แล้วก็ทำหารศึกษาต่อไป ได้ทราบว่าชาวอังกฤษในกรุงลอนดอน
บางคนสนใจและซาบซึ้งมากเมื่อได้ฟังเสียงพระไทยที่วัดพุทธประทีปสวดมนต์ บางรายถึงกับนำเทปมาบันทึกไปฟัง แต่กลับไม่สนใจในระดับพุทธปรัชญาหรือศีลธรรมเลย
๖. พิธีกรรม เป็นการปฏิบัติตามาหลักจริยธรรม โดยใช้ความศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องชักนำ
ถ้าเราพิจารณาให้ดีจะพบว่า
พิธีกรรมในศาสนาส่วนใหญ่เป็นการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมและหลักปรัชญาอยู่ในตัว เช่น
การไหว้พระสวดมนต์เป็นการฝึกสมาธิในตัว
เพราะขณะทีสวดมนต์ในแต่ละครั้งจิตใจจะไปจดจ่ออยู่กับคำสวดมนต์ ถ้าไม่จดจ่ออยู่กับคำสวดมนต์แล้ว มิเช่นนั้นอาจจะลืมบทสวดได้ การทอดกฐิน
ก็เป็นการถวายผ้าใหม่แก่พระที่อยู่จำพรรษาครบ ๓
เดือน
แล้วเป็นการถวายทานเป็นกรณีพิเศษ
การทอดผ้าป่าถวายทานโดยการไม่เห็นแก่หน้าผู้รับทาน การฟังเทศน์ก็เท่ากับการเจริญสุตมยปัญญา การกรวดน้ำ
ก็เป็นการแบ่งปันกุศลหรือคุณงามความดีของตนให้แก่ผู้อื่น การถือศีลอดในศาสนาอิสลาม ก็เท่ากับเป็นการฝึกความอดทน
เป็นการสอนตนเองให้เห็นอกเห็นใจคนอื่นที่จนกว่าเรา คนที่ไม่ได้กินอาหารเพราะไม่มีอะไรจะกินนั้นเป็นทุกข์ทรมานเพียงใด
พิธิสารภาพบาปของชาวคาทอลิกก็เป็นการแสดงความสำนึกบาปเพื่อจะได้ระวังไม่ทำบาปอีกต่อไป
การที่เอาพิธีกรรมไปครอบไว้กับการปฏิบัติตามหลักจริยธรรม ก็เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์
เมื่อมีความศักดิ์สิทธิ์คนจะได้ปฏิบัติตามหลักด้วยความยำเกรง ถ้าบอกเฉย ๆ
ไม่อ้างความศักดิ์สิทธิ์
คนอาจจะไม่สนใจปฏิบัติ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น