วันอังคารที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2566

บทเชิญชุมนุมเทวดา แปล

 


 

เชิญชุมนุมเทวดา แปล

            สะรัชชัง   สะเสนัง   สะพันธุง   นะรินทัง,                ปะริตตานุภาโว   สะทา   รักขะตูติ,

ผะริตîวานะ   เมตตัง   สะเมตตา   ภะทันตา,             อะวิกขิตตะจิตตา   ปะริตตัง   ภะณันตุ.

            ขอเชิญท่านผู้เจริญทั้งหลาย   จงมีเมตตา  แผ่เมตตาจิตไว้ว่า   ขออานุภาพพระปะริตต์จงคุ้มครองรักษาพระมหากษัตริย์    ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน   พร้อมทั้งสิริราชสมบัติ  กับทั้งเสนามาตย์และพระราชวงศ์ทุกเมื่อ   แล้วอย่ามีจิตฟุ้งซ่าน  สวดพระปริตต์กันเถิด

            สะมันตา    จักกะวาเฬสุ                            อัตîราคัจฉันตุ    เทวะตา,

สัทธัมมัง    มุนิราชัสสะ                                      สุณันตุ    สัคคะโมกขะทัง.

            ขอเชิญเทวดาทั้งในจักรวาฬทั้งหลายโดยรอบจงมาประชุมกัน     ที่นี้  ( แล้ว )   ขอเชิญฟังพระสัทธรรมที่ชี้ทางไปสู่สวรรค์และพระนิพพานของพระจอมมุนีเจ้า  กันเถิด

            สัคเค   กาเม   จะ   รูเป                  คิริสิขะระตะเฏ   จันตะลิกเข   วิมาเน,

ทีเป   รัฏเฐ   จะ   คาเม                            ตะรุวะนะคะหะเน   เคหะวัตถุมîหิ   เขตเต,

ภุมมา   จาจันตุ   เทวา                    ชะละถะละวิสะเม   ยักขะคันธัพพะ   นาคา,

ติฏฐันตา   สันติเก   ยัง                             มุนิ   วะระวะจะนัง   สาธะโว   เม   สุณันตุ.

            ขอเชิญเทวดาทั้งหลายผู้สิงสถิตอยู่ในสวรรค์ชั้นกามภพด้วย    ในชั้นรูปภพด้วย   ผู้สิงสถิตอยู่บนยอดเขาและที่หุบเขาและที่หุบผาด้วย   ทั้งที่สิงสถิตอยู่ในวิมานบนอากาศด้วย  และภุมมเทวดาทั้งหลายซึ่งสิงสถิตอยู่ในทวีป   ในรัฐ   ในหมู่บ้าน   บนต้นไม้   ในป่าชัฏ   ในเหย้าเรือน   และเรือกสวนไร่นารวมทั้งบรรดายักษ์   คนธรรพ์  และนาคทั้งหลายผู้เป็นสาธุชน  ซึ่งสถิตอยู่ในน้ำ    บนบก      ที่ลุ่มที่ดอน   ที่ใกล้เคียง   จงมาชุมนุมกัน   ขอเชิญฟังของพระมุนีเจ้า   ผู้ประเสริฐ   ( ซึ่งข้าพเจ้าทั้งหลายจะกล่าว ณ  บัดนี้ )

กันเถิด

ธัมมัสสะวะนะกาโล   อะยัมภะทันตา

ดูก่อนท่านทั้งหลาย   กาลนี้เป็นกาลฟังธรรม

ธัมมัสสะวะนะกาโล   อะยัมภะทันตา

ดูก่อนท่านทั้งหลาย   กาลนี้เป็นกาลฟังธรรม

ธัมมัสสะวะนะกาโล   อะยัมภะทันตา

ดูก่อนท่านทั้งหลาย   กาลนี้เป็นกาลฟังธรรม




วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

พิธีบำเพ็ญกุศลในประเพณีของชาวพุทธ

 


พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม

                ผู้เป็นประธารพิธี   หรือเป็นเจ้าภาพในงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมนั้น    ควรจะปฏิบัติในการจุดเครื่องสักการะบูชาตามลำดับ  ดังนี้

                จุดเครื่องสักการบูชาที่โต๊ะหมู่บูชาพระพุทธรูปก่อน  แล้วสงเทียนชนวนคืนให้แก่พิธีกร    แล้วนั่งคุกเข่าประณมมือกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยดังกล่าวมาแล้ว  กราบพระรัตนตรัย  ๓ ครั้ง

                เดินไปจุดเครื่องสักการะพระธรรม  ที่โต๊ะบูชาพระธรรมข้างหน้าอาสน์สงฆ์    สำหรับเป็นอาสน์นั่งของพระสงฆ์ที่สวดพระอภิธรรมแล้วส่งเทียนชนวนให้แก่พิธีกร  น้อมตัวลงยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อมพระธรรม

                เดินไปจุดเครื่องสักการะบูชาศพ  ที่โต๊ะเครื่องตั้งหน้าศพโดยจุดเทียน ๑ คู่ และจุดธูป  ๑ ดอก นั่งคุกเข่าประณมมือพร้อมทั้งธูปยกขึ้นจบบูชาศพ  โดยนิ้วชี้อยู่ระหว่างคิ้ว  พร้อมกับกล่าวคำขมาโทษต่อศพ  ( ดังจะกล่าวต่อไปข้างหน้า  ในระเบียบปฏิบัติการไปในงานศพ แล้วปักธูปไว้  ณ  กระถางธูป

                ถ้ามีเครื่องทองน้อยสำหรับผู้ตายบูชาพระธรรมทั้งอยู่ที่หน้าศพนั้นด้วย    ก็จุดเครื่องสักการบูชาที่เครื่องทองน้อย  แล้วส่งเทียนชนวนคืนให้แก่พิธีกร   แล้วหันหน้าเครื่องทองน้อยนั้น  ( หันด้านที่ตั้งดอกไม้ ออกไปทางพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม  เพื่อให้ผู้ตายสักการบูชาพระธรรม  แล้วหมอบกราบศพ  ๑  ครั้ง  โดยกระพุ่มมือกราบ  ( ดังจะกล่าวต่อไปข้างหน้า ในระเบียบการปฏิบัติการไปในงานศพ แล้วกลับไปนั่งที่เดิม

พิธีบำเพ็ญกุศลโดยมีพระธรรมเทศนาและพระสวดสำหรับเทศน์

            การบำเพ็ญกุศลในงานศพ  เช่น  งานทำบุญสัตตมวาร  ( ทำบุญ  ๗  วัน งานทำบุญปัญญาสมวาร  ( ทำบุญ  ๕๐  วัน  และงานทำบุญสตมวาร ( ทำบุญ  ๑๐๐  วัน ซึ่งนิยมจัดให้มีการบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ   ดังนี้   คือ

                .   มีพระเทศน์และพระสวดรับเทศน์    ( ในเวลาเย็น )

                .   มีพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์  ( ต่อจากพระเทศน์ และ

                มีพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม  ต่อจากพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์)

                ในวันรุ่งขึ้น  มีการถวายภัตตาหารเพล  และมีพระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล  โดยมากนิยมมีจำนวนเท่าอายุของผู้ตาย

                ตามรายการบำเพ็ญกุศลนี้  มีวิธีปฏิบัติในการจุดเครื่องสักการบูชา  ดังต่อไปนี้  คือ

วิธีการปฏิบัติเมื่อพระเทศน์

                จุดเครื่องสักการะบูชาที่โต๊ะหมู่บูชาพระพุทธรูปแล้ว  นั่งคุกเข่าประณมมือกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย   และกราบลง  ๓ ครั้ง

                จุดเทียนบูชาพระธรรม  แล้วมอบให้พิธีกรนำไปตั้งไว้บนธรรมาสน์  เพื่อบูชาพระธรรม

                จุดเครื่องสักการะบูชาศพ   และจุดเครื่องทองน้อยที่ตั้งอยู่ข้างหน้าศพ  แล้วหันหน้าเครื่องทองน้อยไปทางพระเทศน์  เพื่อให้ผู้ตายบูชาพระธรรมเทศนา แล้วนั่งคุกเข่าหมอบกราบศพ  ๑ ครั้ง  แล้วกลับไปนั่งที่เดิม

                พิธีกรกล่าวคำอาราธนาศีล  ๕  พรเทศน์ให้ศีล  รับศีลจบแล้วพิธีกรกล่าวคำอาราธนาพระธรรม ต่อไป

                เจ้าภาพหรือประธานพิธี  จุดเครื่องทองน้อยซึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าด้านขวามือนั้น   หันหน้าเครื่องทองน้อยไปทางพระเทศน์  เพื่อบูชาพระธรรมเทศนา  แล้วประณมมือฟังพระธรรมเทศนาต่อไปจนจบกัณฑ์

                เมื่อพระเทศน์จบแล้ว   เจ้าภาพหรือประธานพิธีเดินไปจุดเครื่องสักการะบูชาพระธรรมที่ตั้งอยุ่หน้าอาสน์สงฆ์  พระสงฆ์สวดรับเทศน์ เมื่อจุดเสร็จแล้ว  น้อมตัวลงยกมือไหว้พระธรรมหลับไปนั่งที่เดิม  ประณมมือฟังพระสงฆ์สวดพระคาถาธรรมบรรยายต่อไป

                พิธีการทอดผ้าภูษาโวย  หรือทอดด้วยสายโยงที่โยงมาจากศพเพื่อเตรียมทอดผ้าบังสุกุล    เจ้าภาพหรือประธานพิธีลุกขึ้นไปทอดผ้าบังสุกุล  แล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม

                ขณะที่พระสงฆ์กล่าวคำพิจารณาผ้าบังสุกุล  เจ้าภาพ  หรือประธานพิธีประณมมือฟัง  เมื่อพระสงฆ์เริ่มอนุโมทนา ( ยะถา  เจ้าภาพหรือประธานพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย   เมื่อพระสงฆ์ขึ้น  ( สัพพี  ติโย …..)  กรวดน้ำเสร็จแล้ว  ประณมมือรับพรต่อไปจนจบ

วิธีการปฏิบัติเมื่อพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์

                เมื่อพระสงฆ์ที่ได้รับอาราธนามาสวดพระพุทธมนต์นั่งบนอาสน์สงฆ์เรียบร้อยแล้ว  ไม่ต้องจุดเครื่องสักการะบูชาอีก  เพราะพิธีบำเพ็ญกุศลต่อเนื่องกันมาจากการมีเทศน์

                พิธีกรเริ่มกล่าวอาราธนาพระปริตต่อไป  ไม่ต้องกล่าวคำอาราธนาศีลอีก  เพราะได้รับศีลมาแล้วจากพระเทศน์

                เมื่อพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จบแล้ว  เจ้าภาพ  หรือประธานพิธีทอดผ้าบังสุกุล ( โดยมากนิยมใช้ผ้าไตร เมื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุลแล้ว   นิยมไม่ให้พร  เพราะพรุ่งนี้ยังจะต้องมาฉันภัตตาหารอีกครั้งหนึ่ง

วิธีการปฏิบัติเมื่อพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม

                เมื่อพระสงฆ์มานั่งบนอาสน์หรับสวดพระอภิธรรมเรียบร้อยแล้ว  เจ้าภาพ หรือประธานพิธีจุดเครื่องสักการะบูชาพระธรรมที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์  พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม

                ในการสวดพระอภิธรรมนี้   บางท้องถิ่นนิยมให้พิธีกรกล่าวคำอาราธนาพระธรรมก่อนเริ่มสวด  และนิยมให้เจ้าภาพ  หรือประธานพิธี  หรือวงศ์ญาติ   ผู้ใดผู้หนึ่ง  ต้องจุดธูปบูชาพระธรรมก่อนสวดทุกจบ  เพื่อเป็นการอาราธนาให้พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม

                เมื่อพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม  โดยมาก   นิยมเพียง  ๔ จบ  แล้วพิธีกรก็เก็บเครื่องสักการะบูชาพระธรรมและตู่พระอภิธรรม แล้วยกเครื่องไทยธรรมมาตั้งลนอาสน์สงฆ์ตรงหน้าพระสงฆ์แต่ละรูป

                เจ้าภาพหรือประธานพิธีหรือวงศ์ญาติ   ช่วยกันถวายเครื่องไทยธรรมแก่พระสงฆ์  แล้วกลับมานั่งที่เดิม

                พิธีกรทอดภูษาโยง  หรือทอด้ายสายโยง  แล้วเชิญเจ้าภาพหรือประธารพิธีให้ทอดผ้าบังสุกุล

                เมื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุลเสร็จแล้ว  เริ่มอนุโมทนา  ( ยะถา ) เจ้าภาพหรือประธานพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วยกุศลแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว  เป็นเสร็จพิธี

วิธีการปฏิบัติเมื่อพระสงฆ์สวดถวายพรพระ

                ในวันรุ่งขึ้นของการบำเพ็ญกุศล  เวลาใกล้เพลเมื่อพระสงฆ์มานั่งพร้อมกันบนอาสน์สงฆ์เรียบร้อย  เจ้าภาพหรือประธานพิธีจุดเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัย  และปฏิบัติการต่าง ๆ  ด้งกล่าวมาแล้ว

                จุดเครื่องสักการบูชาศพ  และปฏิบัติการต่าง ๆ  ดังกล่าวมาแล้ว  พิธีกรกล่าวอาราธนาศีล  ๕ พระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์ให้ศีล  รับศีล  พระสงฆ์สวดถวายพรพระจบแล้ว  ถวายภัตตาหาร

                เมื่อพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเพลเสร็จแล้ว  เจ้าภาพหรือประธานพิธีถวายเครื่องไทยธรรม  พระสงฆ์อนุโมทนา เจ้าภาพหรือประธานพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแล้ว   เป็นเสร็จพิธี

วิธีการปฏิบัติเมื่อพระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล

                เมื่อพระสงฆ์ที่ได้รับอาราธนามานั่งบนอาสน์สงฆ์เรียบร้อยแล้ว   ก็ตั้งพัดสวดมาติกา  จบแล้ว   ฝ่ายเจ้าภาพก็ช่วยกันถวายเครื่องไทยธรรม  ( ถ้ามี )

                พิธีกรทอดผ้าภูษาโยง  หรือทอดด้ายสายโยงเตรียมทอดผ้าบังสุกุล  เชิญเจ้าภาพหรือประธานพิธี พร้อมทั้งวงศาคณาญาติ  และท่านผู้มาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล  ให้ช่วยกันทอดผ้าบังสุกุล

                การทอดผ้าบังสุกุลนี้  นิยมทอดตามขวางผ้าภูษาโยง  หรือขวางด้ายสายโยง  ถ้าอาสน์สงฆ์แคบ  ก็นิยมทอดผ้าบังสุกุลไปตามยาวของภูษาโยง  หรือตามยาวของด้ายสายโยง

                การทอดผ้าบังสุกุลนี้  ไม่ควรที่จะยกถวายพระสงฆ์   เพียงแค่วางผ้าถวายไว้  โดยทอดอาลัยไม่มีความเสียดายห่วงใยในผ้านั้น

                เมื่อพระสงฆ์ตั้งพัดพิจารณาผ้าบังสุกุลเสร็จแล้ว  อนุโมทนา  เจ้าภาพหรือประธานพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตายอีกครั้งหนึ่ง

                ถ้าอาสน์สงฆ์ไม่เพียงพอกับพระสงฆ์ที่อาราธนามาสวดมาติการบังสุกุลพร้อมกันทั้งหมดได้  ก็นิยมจัดนิมนต์พระสงฆ์ขึ้นบังสุกุลเป็นชุด ๆ  ไป  จนกว่าจะครบตามจำนวนที่นิมนต์มา


วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566

ระเบียบปฏิบัติการจุดเครื่องสักการะบูชา

 




ระเบียบปฏิบัติการจุดเครื่องสักการะบูชา

พิธีทำบุญงานมงคล

                เมื่อถึงเวลาตามกำหนดการแล้ว  พิธีกรถือเทียนชนวนเข้ามาเชิญไปจุดเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัย  ผู้เป็นประธานพิธีหรือเจ้าภาพงาน   ควรปฏิบัติตนดังนี้  คือ

                ลุกขึ้นจากที่นั่ง  เดินตรงไปยังที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระ  ถ้าโต๊ะหมู่บูชาพระตั้งอยู่สูง   ก็ยืนจุด  ถ้าโต๊ะหมู่บูชาพระตั้งอยู่ที่ไม่สูงนัก   พอที่จะนั่งคุกเข่าได้  ก็ควรที่จะนั่งคุกเข่าลงแล้วรับเชิงเทียนชนวนจากพิธีกร   แต่ไม่ควรรับเชิงเทียนชนวนมาก่อนที่ยังไม่ถึงหน้าโต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัย

                และก็ควรที่จะจุดเทียนเล่มขวามือของพระพุทธรูปก่อน    แล้วจึงจุดเล่มซ้ายต่อไป  ถ้ามีเทียนตั้งอยู่หลายคู่   ควรจะจุดคู่บนสุดก่อน  แล้วจึงจุดลดหลั่นกันลงมาตามลำดับ  จนครบทุกคู่แล้วจึงจุดธูป

                ถ้ามีสายชนวนเชื่อมโยงจากธูปไปยังเทียนทุกคู่แล้ว  ก็จุดธูปเป็นอันดับแรก  ถ้าธูปมิได้จุ่มน้ำมันเตรียมเอาไว้  ก็ถอนธูปมาจุดกับเทียนชนวน  ถ้าธูปจุ่มน้ำมันเตรียมไว้แล้ว  ก็จุดธูปโดยไม่ต้องถอนธูปออกมาจากกระถางธูปมาจุดกับเทียนชนวน

                เมื่อจุดธูปเสร็จแล้ว   ก็ส่งเทียนชนวนคืนให้แก่พิธีกร  แล้วปักธูปไว้ตามเดิม

                วิธีปักธูปนั้น   ควรจะปักเรียงกันเป็นแถวเดียวกัน  โดยเว้นรอยะห่างให้เท่า ๆ กัน  ให้ธูปแต่ละดอกต่ำพอ ๆ กัน  หรือ  ปักธูปเป็นสามเส้าก็ได้  และก็ควรจะปักธูปไว้กึ่งกลางกระถางธูป    โดยจะปักธูปทุกดอกให้ตั้งตรง  ไม่เอนเอียงไปข้างหนึ่งข้างใด  อันเป็นการแสดงถึงอัธยาศัยของผู้นั้นว่าเป็นคนมีระเบียบเรียบร้อย  เป็นคนชื่อตรงไม่ใช่คนมักง่าย

คำบูชาพระรัตนตรัย

                เมื่อปักธูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว    ก็ควรที่จะนั่งคุกเข่า   ตั้งใจกล่าวคำอาราธนาคำบูชาพระรัตนตรัย ( เพียงแต่นึกในใจ  หรือจะออกเสียงก็ได้ ) ว่า

                นะโม   ตัสสะ   ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ  (  กล่าว    จบ )

                ( ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค   อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น )

                อิมินา   สักกาเรนะ  พุทธัง   อภิปูชะยามิ

อิมินา   สักกาเรนะ  ธัมมัง   อภิปูชะยามิ

อิมินา   สักกาเรนะ  สังฆัง   อภิปูชะยามิ ฯ

( ถ้าว่าหลายคนพร้อมกัน  ก็ควรจะเปลี่ยนจากคำว่า  มิ  เป็น  มะ  แทน )

            ( ข้าพเจ้า    ขอบูชาอย่างยิ่ง   ซึ่งพระพุทธเจ้า   ด้วยเครื่องสักการะนี้ )

( ข้าพเจ้า    ขอบูชาอย่างยิ่ง   ซึ่งพระธรรม   ด้วยเครื่องสักการะนี้ )

( ข้าพเจ้า    ขอบูชาอย่างยิ่ง   ซึ่งพระสงฆ์   ด้วยเครื่องสักการะนี้ )

วิธีกราบพระรัตนตรัย

                เมื่อกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยจบแล้ว   ก็กราบพระรัตนตรัย  ๓ ครั้ง  ด้วยเบญจางคประดิษฐ์   ( คือ  การตั้งหน้าผากฝ่ามือทั้งสองข้างและเข่าทั้งสอง   ลงจรดพื้น ) และในขณะที่หมอบกราบพระรัตนตรัยในแต่ละครั้งนั้น    ก็ให้ระลึกถึงพระรัตนตรัย  ดังนี้

คำระลึกถึงพระรัตนตรัยในขณะกราบ

            กราบครั้งที่     ระลึกว่า   พุทโธ   เม  นาโถ    พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า

กราบครั้งที่     ระลึกว่า   ธัมโม   เม  นาโถ    พระธรรมเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า

            กราบครั้งที่     ระลึกว่า   สังโฆ   เม  นาโถ    พระสงฆ์เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า

            กิริยาอาการที่กราบพระรัตนตรัยนั้น   ไม่ควรกราบเร็วเกินไป   หรือว่าช้าจนเกินงาม  และกราบให้ถูกต้องแบบเบญจางคประดิษฐ์จริง ๆ  ทุกครั้งที่กราบพระรัตนตรัย   ทั้งนี้   เพื่อเป็นทิฏฐานุคติแก่อนุชนรุ่นหลัง  จะได้ถือเป็นแบบอย่างที่ดี  และนำไปปฏิบัติตามได้ถูกต้องสืบต่อไป

การจุดเทียนน้ำมนต์

                ผู้เป็นประธานพิธี  หรือผู้เป็นเจ้าภาพงานทำบุญนั้น   ก็ควรจะรอคอยเวลาจุดเทียนน้ำมนต์ถวายพระสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง   แม้จะมีธุระอย่างใด   ก็ควรจะงดเว้นไว้ก่อน

                เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทมงคลสูตรว่า  ( อเสวนา   จะ   พาลานัง )    พิธีกรจุดเทียนชนวนเข้าเชิญประธานพิธี  หรือเจ้าภาพของงาน   ไปจุดเทียนน้ำมนต์ซึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าของพระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์

                เมื่อจุดเทียนน้ำมนต์แล้ว  ควรจะหยดน้ำตาเทียนชนวนลงที่ไส้ของเทียนน้ำมนต์นั้นก่อน   ซึ่งจะทำให้การจุดไฟนั้นติดได้ง่าย  และจะไม่ทำให้ไส้เทียนน้ำมนต์นั้นจะถูกไฟไหม้หมดเสียก่อน     

                เมื่อจุดเทียนน้ำมนต์แล้ว   ก็ส่งเทียนชนวนให้แก่พิธีกร    แล้วขดภาชนะน้ำมนต์ถวายพระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์

                เมื่อยกภาชนะน้ำมนต์ถวายแล้ว   ก็ควรที่จะยกมือไหว้พระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์  เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ   แล้วจึงกลับไปนั่งที่เดิม

                ต่อจากนั้น  ถ้ามีกิจธุระจำเป็น  ก็พอที่จะปลีกตัวไปได้บ้าง   ก็แล้วแต่ท่านแล้ว   ผู้เป็นประธานพิธี  หรือเจ้าภาพของงานนั้น   ไม่ควรจะปลีกตัวไปไหนในขณะที่พระสงฆ์กำลังเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประธานพิธี  หรือเจ้าภาพของงาน   ควรจะนั่งอยู่เป็นประธานจนกว่าจะเสร็จพิธีจึงจะเป็นการถูกต้องและเหมาะสมทุกประการ


  เบญจกัลยาณธรรม                 กัลยาณธรรม   แปลว่า   ธรรมอันงาน   เมื่อกล่าวโดยความก็คือ   ข้อปฏิบัติพิเศษที่ยิ่งขึ้นไปกว่าศีลและเป็นคู่...