ระเบียบปฏิบัติการจุดเครื่องสักการะบูชา
พิธีทำบุญงานมงคล
เมื่อถึงเวลาตามกำหนดการแล้ว
พิธีกรถือเทียนชนวนเข้ามาเชิญไปจุดเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัย ผู้เป็นประธานพิธีหรือเจ้าภาพงาน ควรปฏิบัติตนดังนี้ คือ
ลุกขึ้นจากที่นั่ง
เดินตรงไปยังที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระ
ถ้าโต๊ะหมู่บูชาพระตั้งอยู่สูง
ก็ยืนจุด ถ้าโต๊ะหมู่บูชาพระตั้งอยู่ที่ไม่สูงนัก พอที่จะนั่งคุกเข่าได้ ก็ควรที่จะนั่งคุกเข่าลงแล้วรับเชิงเทียนชนวนจากพิธีกร
แต่ไม่ควรรับเชิงเทียนชนวนมาก่อนที่ยังไม่ถึงหน้าโต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัย
และก็ควรที่จะจุดเทียนเล่มขวามือของพระพุทธรูปก่อน แล้วจึงจุดเล่มซ้ายต่อไป ถ้ามีเทียนตั้งอยู่หลายคู่ ควรจะจุดคู่บนสุดก่อน แล้วจึงจุดลดหลั่นกันลงมาตามลำดับ จนครบทุกคู่แล้วจึงจุดธูป
ถ้ามีสายชนวนเชื่อมโยงจากธูปไปยังเทียนทุกคู่แล้ว ก็จุดธูปเป็นอันดับแรก ถ้าธูปมิได้จุ่มน้ำมันเตรียมเอาไว้ ก็ถอนธูปมาจุดกับเทียนชนวน ถ้าธูปจุ่มน้ำมันเตรียมไว้แล้ว
ก็จุดธูปโดยไม่ต้องถอนธูปออกมาจากกระถางธูปมาจุดกับเทียนชนวน
เมื่อจุดธูปเสร็จแล้ว
ก็ส่งเทียนชนวนคืนให้แก่พิธีกร
แล้วปักธูปไว้ตามเดิม
วิธีปักธูปนั้น
ควรจะปักเรียงกันเป็นแถวเดียวกัน
โดยเว้นรอยะห่างให้เท่า ๆ กัน
ให้ธูปแต่ละดอกต่ำพอ ๆ กัน
หรือ ปักธูปเป็นสามเส้าก็ได้ และก็ควรจะปักธูปไว้กึ่งกลางกระถางธูป โดยจะปักธูปทุกดอกให้ตั้งตรง ไม่เอนเอียงไปข้างหนึ่งข้างใด
อันเป็นการแสดงถึงอัธยาศัยของผู้นั้นว่าเป็นคนมีระเบียบเรียบร้อย เป็นคนชื่อตรงไม่ใช่คนมักง่าย
คำบูชาพระรัตนตรัย
เมื่อปักธูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็ควรที่จะนั่งคุกเข่า
ตั้งใจกล่าวคำอาราธนาคำบูชาพระรัตนตรัย ( เพียงแต่นึกในใจ หรือจะออกเสียงก็ได้ ) ว่า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ (
กล่าว ๓ จบ )
( ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น )
อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง
อภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ
ธัมมัง อภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ
สังฆัง อภิปูชะยามิ ฯ
( ถ้าว่าหลายคนพร้อมกัน ก็ควรจะเปลี่ยนจากคำว่า มิ
เป็น มะ แทน )
( ข้าพเจ้า ขอบูชาอย่างยิ่ง ซึ่งพระพุทธเจ้า ด้วยเครื่องสักการะนี้ )
( ข้าพเจ้า ขอบูชาอย่างยิ่ง ซึ่งพระธรรม
ด้วยเครื่องสักการะนี้ )
( ข้าพเจ้า ขอบูชาอย่างยิ่ง ซึ่งพระสงฆ์
ด้วยเครื่องสักการะนี้ )
วิธีกราบพระรัตนตรัย
เมื่อกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยจบแล้ว
ก็กราบพระรัตนตรัย ๓ ครั้ง ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ( คือ
การตั้งหน้าผากฝ่ามือทั้งสองข้างและเข่าทั้งสอง ลงจรดพื้น
) และในขณะที่หมอบกราบพระรัตนตรัยในแต่ละครั้งนั้น ก็ให้ระลึกถึงพระรัตนตรัย ดังนี้
คำระลึกถึงพระรัตนตรัยในขณะกราบ
กราบครั้งที่ ๑ ระลึกว่า
“ พุทโธ
เม นาโถ “ พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า
กราบครั้งที่ ๒
ระลึกว่า “ ธัมโม เม นาโถ
“ พระธรรมเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า
กราบครั้งที่ ๓
ระลึกว่า “ สังโฆ เม
นาโถ “ พระสงฆ์เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า
กิริยาอาการที่กราบพระรัตนตรัยนั้น
ไม่ควรกราบเร็วเกินไป
หรือว่าช้าจนเกินงาม
และกราบให้ถูกต้องแบบเบญจางคประดิษฐ์จริง ๆ ทุกครั้งที่กราบพระรัตนตรัย ทั้งนี้
เพื่อเป็นทิฏฐานุคติแก่อนุชนรุ่นหลัง
จะได้ถือเป็นแบบอย่างที่ดี และนำไปปฏิบัติตามได้ถูกต้องสืบต่อไป
การจุดเทียนน้ำมนต์
ผู้เป็นประธานพิธี
หรือผู้เป็นเจ้าภาพงานทำบุญนั้น
ก็ควรจะรอคอยเวลาจุดเทียนน้ำมนต์ถวายพระสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง แม้จะมีธุระอย่างใด ก็ควรจะงดเว้นไว้ก่อน
เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทมงคลสูตรว่า ( อเสวนา จะ
พาลานัง ) พิธีกรจุดเทียนชนวนเข้าเชิญประธานพิธี หรือเจ้าภาพของงาน
ไปจุดเทียนน้ำมนต์ซึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าของพระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์
เมื่อจุดเทียนน้ำมนต์แล้ว
ควรจะหยดน้ำตาเทียนชนวนลงที่ไส้ของเทียนน้ำมนต์นั้นก่อน ซึ่งจะทำให้การจุดไฟนั้นติดได้ง่าย และจะไม่ทำให้ไส้เทียนน้ำมนต์นั้นจะถูกไฟไหม้หมดเสียก่อน
เมื่อจุดเทียนน้ำมนต์แล้ว
ก็ส่งเทียนชนวนให้แก่พิธีกร
แล้วขดภาชนะน้ำมนต์ถวายพระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์
เมื่อยกภาชนะน้ำมนต์ถวายแล้ว
ก็ควรที่จะยกมือไหว้พระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ แล้วจึงกลับไปนั่งที่เดิม
ต่อจากนั้น ถ้ามีกิจธุระจำเป็น ก็พอที่จะปลีกตัวไปได้บ้าง ก็แล้วแต่ท่านแล้ว ผู้เป็นประธานพิธี หรือเจ้าภาพของงานนั้น ไม่ควรจะปลีกตัวไปไหนในขณะที่พระสงฆ์กำลังเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประธานพิธี หรือเจ้าภาพของงาน ควรจะนั่งอยู่เป็นประธานจนกว่าจะเสร็จพิธีจึงจะเป็นการถูกต้องและเหมาะสมทุกประการ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น