ตั้งสัจจอธิษฐาน
เยเนว ยนฺติ นิพฺพานํ พุทฺธา เตสญฺจ สาวกา
เอกายเนน มคฺเคน สติปฏฺฐานสญฺญินา ฯ
พระพุทธเจ้าและเหล่าพระอริยสาวก ย่อมดำเนินไปสู่พระนิพพานด้วยหนทางสายนี้
อันเป็นทางสายเอก ซึ่งนักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายรู้ทั่วถึงกันแล้วว่าได้แก่สติปัฏฐานทั้ง 4
ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจอธิษฐานปฏิญาณตนต่อพระรัตนตรัย
และต่อครูบาอาจารย์ว่าจะตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติจริง ๆ
เท่าที่ตนมีโอกาส
เท่าที่ตนสามารถจะปฏิบัติได้
เพื่อบูชาพระรัตนตรัย
ตั้งความปรารถนา
อิมาย ธมฺมานธมฺมปฏิปตฺติยา รตนตฺตยํ ปูเชมิ
ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัยด้วยการปฏิบัติธรรมควรแก่ธรรมนี้ และด้วยสัจจวาจาที่ได้กล่าวอ้างมานี้
ขอให้ข้าพเจ้าได้สำเร็จผลสมควรความปรารถนาในเวลาอันไม่ช้าด้วยเทอญ
1.สวดพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ
2.อยู่ในป่า อยู่ในถ้ำ
อยู่ในภูเขา ควรจะได้สวด กรณียเมตตสูตร และขันธปริตรด้วย
องค์ธรรมสำคัญในการปฏิบัติ
องค์ธรรมสำคัญในการปฏิบัติมี
3 ประการ คือ
1. อาตาปี ความเพียรเผากิเลสให้พร้อมทั่ว ได้แก่
การตั้งใจจริง ๆ
2. สติมา สติระลึกได้ก่อนทำ ก่อนพูด
ก่อนคิด
คือระลึกได้ก่อนรูปนามจะเกิด
3. สัมปชาโน สัมปชัญญะ
คือ รู้รูปนามอยู่ทุกขณะ
การปฏิบัติวิปัสสนาจะได้ผลหรือไม่จะผิดหรือถูก อยู่ที่องค์ธรรมทั้ง 3 เป็นสำคัญ
เช่น การเดินจงกรมกำหนดว่า “
ขวาย่างหนอ “
ก็มีสติระลึกหรือจับอยู่ที่เท้า เป็นองค์ของสติ โยคีมีความเพียรในขณะนั้น ตั้งใจทำจริง ๆ ก็ประกอบด้วยอาตาปี มีสัมปชัญญะ
คือรู้อยู่ทุก ๆ ขณะที่เท้าเคลื่อนไปก็เป็น สัมปชาโน
เมื่อโยคีปฏิบัติได้ถูกต้องพร้อมด้วยองค์ธรรมทั้ง ๓ นี้
จึงจะทันปัจจุบัน เห็นรูปนาม เห็นไตรลักษณ์
ทำให้คลายจากโลภะ โทสะ โมหะ
อันเป็นอกุศลเหตุทำให้มนุษย์มีพฤติกรรมที่ผิดทำนองคลองธรรม
ที่มาและประโยชน์ของคำว่า “
หนอ “
คำว่า “ หนอ
“ เป็นภาษาไทย
มาจาคำบาลีว่า “ วต “ คำว่า วต
นี้ แปลว่า หนอ
ก็ได้ แปลว่า ธรรมที่ยังสรรพสัตว์ให้ข้ามซึ่งวัฏฏสงสารก็ได้ ดังวิเคราะห์ว่า วฏฺฏสํสารํ ตาเรตีติ วโต (
ธมฺโม ) แปลว่า
ธรรมใดย่อมยังสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสาร ฉะนั้น
ธรรมนั้นได้ชื่อว่า “ หนอ “ หรือคำว่า หนอ
หมายสติและปัญญา
วิธีการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน 4 ดังนี้
1. การกำหนดกาย ( กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
)
2. การกำหนดเวทนา ( เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
)
3. การกำหนดจิต ( จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
)
4. การกำหนดธรรม ( ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
)
สติปัฏฐาน
4 คือ
1. ภิกษุในพระศาสนานี้ เป็นผู้มีความเพียร มีสติ
มีสัมปชัญญะ ติดตามเนือง ๆ ดู ( รูป ) กาย ในกายอยู่ กำจัดอภิชฌา
และโทมนัสในโลก ( คือกาย )
เสียได้
2. เป็นผู้มีความเพียร มีสติ
มีสัมปะชัญญะ
ติดตามดูเวทนาในเวทนาทั้งหลาย
กำจัดอภิชฌาและโทมนัสเสียได้
3. เป็นผู้มีความเพียร มีสติ
มีสัมปะชัญญะ ติดตามดูจิตในจิตอยู่ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้
4. เป็นผู้มีความเพียร มีสติ
มีสัมปะชัญญะ
ติดตามดูธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่
กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น