วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565

การ เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน


ตั้งสัจจอธิษฐาน

                                เยเนว   ยนติ   นิพพานํ               พุทธา   เตสญจ   สาวกา

                                เอกายเนน   มคเคน         สติปฏฐานสญญินา ฯ

พระพุทธเจ้าและเหล่าพระอริยสาวก   ย่อมดำเนินไปสู่พระนิพพานด้วยหนทางสายนี้   

อันเป็นทางสายเอก  ซึ่งนักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายรู้ทั่วถึงกันแล้วว่าได้แก่สติปัฏฐานทั้ง  4

                ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจอธิษฐานปฏิญาณตนต่อพระรัตนตรัย   และต่อครูบาอาจารย์ว่าจะตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัติจริง ๆ เท่าที่ตนมีโอกาส  เท่าที่ตนสามารถจะปฏิบัติได้  เพื่อบูชาพระรัตนตรัย

ตั้งความปรารถนา

อิมาย  ธมมานธมมปฏิปตติยา   รตนตตยํ   ปูเชมิ

                ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัยด้วยการปฏิบัติธรรมควรแก่ธรรมนี้   และด้วยสัจจวาจาที่ได้กล่าวอ้างมานี้  ขอให้ข้าพเจ้าได้สำเร็จผลสมควรความปรารถนาในเวลาอันไม่ช้าด้วยเทอญ

1.สวดพระพุทธคุณ   พระธรรมคุณ   พระสังฆคุณ

2.อยู่ในป่า    อยู่ในถ้ำ   อยู่ในภูเขา   ควรจะได้สวด  กรณียเมตตสูตร   และขันธปริตรด้วย

องค์ธรรมสำคัญในการปฏิบัติ

            องค์ธรรมสำคัญในการปฏิบัติมี   3  ประการ   คือ

             1.   อาตาปี   ความเพียรเผากิเลสให้พร้อมทั่ว  ได้แก่  การตั้งใจจริง ๆ

             2.   สติมา   สติระลึกได้ก่อนทำ   ก่อนพูด   ก่อนคิด   คือระลึกได้ก่อนรูปนามจะเกิด

            3.   สัมปชาโน   สัมปชัญญะ  คือ  รู้รูปนามอยู่ทุกขณะ

                การปฏิบัติวิปัสสนาจะได้ผลหรือไม่จะผิดหรือถูก  อยู่ที่องค์ธรรมทั้ง 3  เป็นสำคัญ  เช่น  การเดินจงกรมกำหนดว่า  “  ขวาย่างหนอ “  ก็มีสติระลึกหรือจับอยู่ที่เท้า   เป็นองค์ของสติ   โยคีมีความเพียรในขณะนั้น   ตั้งใจทำจริง ๆ  ก็ประกอบด้วยอาตาปี  มีสัมปชัญญะ  คือรู้อยู่ทุก  ๆ  ขณะที่เท้าเคลื่อนไปก็เป็น  สัมปชาโน   เมื่อโยคีปฏิบัติได้ถูกต้องพร้อมด้วยองค์ธรรมทั้ง ๓  นี้  จึงจะทันปัจจุบัน   เห็นรูปนาม  เห็นไตรลักษณ์  ทำให้คลายจากโลภะ   โทสะ  โมหะ   อันเป็นอกุศลเหตุทำให้มนุษย์มีพฤติกรรมที่ผิดทำนองคลองธรรม

                ที่มาและประโยชน์ของคำว่า  หนอ

                คำว่า  หนอ เป็นภาษาไทย  มาจาคำบาลีว่า  วต “  คำว่า  วต  นี้  แปลว่า  หนอ  ก็ได้  แปลว่า  ธรรมที่ยังสรรพสัตว์ให้ข้ามซึ่งวัฏฏสงสารก็ได้   ดังวิเคราะห์ว่า  วฏฏสํสารํ   ตาเรตีติ   วโต  ( ธมโม )   แปลว่า  ธรรมใดย่อมยังสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสาร  ฉะนั้น   ธรรมนั้นได้ชื่อว่า   หนอ “  หรือคำว่า  หนอ   หมายสติและปัญญา

วิธีการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน  4  ดังนี้

                1.   การกำหนดกาย   ( กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน )

                2.   การกำหนดเวทนา   ( เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน )

                3.   การกำหนดจิต   ( จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน )

                4.   การกำหนดธรรม   ( ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน )

สติปัฏฐาน  4  คือ  

                1.   ภิกษุในพระศาสนานี้  เป็นผู้มีความเพียร   มีสติ  มีสัมปชัญญะ  ติดตามเนือง ๆ ดู  ( รูป ) กาย  ในกายอยู่  กำจัดอภิชฌา  และโทมนัสในโลก  คือกาย  เสียได้

                2.   เป็นผู้มีความเพียร   มีสติ   มีสัมปะชัญญะ   ติดตามดูเวทนาในเวทนาทั้งหลาย  กำจัดอภิชฌาและโทมนัสเสียได้

                3.   เป็นผู้มีความเพียร  มีสติ    มีสัมปะชัญญะ   ติดตามดูจิตในจิตอยู่  กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้

                4.   เป็นผู้มีความเพียร   มีสติ    มีสัมปะชัญญะ   ติดตามดูธรรมในธรรมทั้งหลายอยู่   กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

  เบญจกัลยาณธรรม                 กัลยาณธรรม   แปลว่า   ธรรมอันงาน   เมื่อกล่าวโดยความก็คือ   ข้อปฏิบัติพิเศษที่ยิ่งขึ้นไปกว่าศีลและเป็นคู่...