ชีวิตของมนุษย์มีองค์ประกอบสำคัญ เรียกว่า ขันธ์ ๕
คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และ
วิญญาณ เมื่อย่อลงถึงที่สุดแล้วมีเพียง รูปกับนาม เป็นเครื่องอยู่อาศัยเท่านั้น จะเว้นเสียซึ่งภัยธรรมชาติ ๔
ประการนี้ไม่ได้เลยคือ ชาติธรรม ชราธรรม พยาธิธรรม และ มรณะธรรม หากไม่มีธรรม ๔
ประ-การนี้เป็นเครื่องดำเนินแล้วมนุษย์ก็จะพากันประมาทเสียโดยมาก
เสื่อมจากข้อวัตรปฏิบัติและศีลธรรมไปทีละน้อย ๆ
จนในที่สุดจะไม่อะไรเหลือไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจเลย ไม่สามารถข้ามพ้น วัฎฏสงสาร ไปสู่ความดับ คือ
นิพพาน ได้เลย ในส่วนข้อวัตรปฏิบัติและศีลธรรม บางคนคิดว่ายากลำบากแก่การปฏิบัติ
เพราะไม่เข้าใจความหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งคำว่า “ศีล” แปลว่า ปรกติ คือ
การปฏิบัติที่เป็นการควบคุมรักษากายวาจาของตนไว้ให้บริสุทธิ์ หรือ ให้สงบ มีความมุ่งหมายเพื่อควบคุม โทสะ ความโหดร้าย
– ความหยาบคาย ทางกาย และ วาจา ซึ่งจะรักษาตนไว้ไม่ให้เสียหาย เป็นการปราบกิเลสขั้นหยาบเป็นจุดเริ่มต้นหรือฐานในการไปสู่ขั้นสมาธิ
และ ขั้นปัญญา สำหรับผู้ที่เข้าใจและได้รักษาไว้ซึ่ง ศีล
“ศีล” มีความหมายอย่างไร มีอานิสงส์อย่างไร
แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง เป็นต้น
ที่พอจะเป็นแนวทางความรู้ของผู้ใคร่จะศึกษา และ ปฏิบัติได้เข้าใจเพิ่มขึ้น
ในส่วนของรายงานฉบับนี้จะสมประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของอาจารย์ประจำวิชาตามสมควร
ศีลนิเทศ
ศีล เป็นกฎของสมาคมชั้นสูงชนิดหนึ่งของสมาชิก
ผู้มีจิตสูงส่ง ทุก ๆ คน ที่เข้าร่วมสมาคมนี้ด้วยจิตยินดีปรีดาหามีใครบังคับกะเกณฑ์ไม่และมีจุดประสงค์อันเดียวกัน
นั่นคือ ต้องการจะเข้ามาฝึกฝนอบรมกาย วาจา
ใจ ของตนให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นเครื่องมือสำหรับปราบกิเลสศัตรูขั้นหยาบ
อันเกิดขึ้นทางกาย วาจา
ซึ่งมีอยู่ในใจของแต่ละบุคคลเพื่อให้ลดเบาบางหรือหมดสิ้นไปในที่สุด พระพุทธองค์จึงทรงสอนผู้ที่เห็นโทษให้ปราบด้วยการรักษาศีลซึ่งเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้กิเลสเหล่านี้เบาบางหมดสิ้นไป
ในคัมภีร์ วิสุทธิมรรค คือ ทางแห่งวิสุทธินี้ แม้ว่า
พระผู้มีพระภาคจะได้ทรงแสดงโดยมุข คือศีล สมาธิ ปัญญา
อันสงเคราะห์ด้วยคุณธรรมเป็นอเนกประการ ดังที่พรรณนามาแล้วก็ตามนับว่าทรงแสดงไว้อย่างย่อมาก เหตุนั้น จึงยังไม่เพียงพอเพื่อความเป็นอุปการะแก่เวไนยสัตว์ทั่วๆ
ไป ดังนั้นในรายงานฉบับนี้จะพรรณนาความแห่งวิสุทธิมรรคโดยพิสดารในหมวดแห่ง
ศีล จึงตัวปัญหากรรมปรารภถึง ศีล ดังนี้
ปัญหาเรื่องศีล
๑. อะไร ชื่อว่า ศีล
๒. ที่ชื่อว่าศีล เพราะอรรถว่ากระไร
๓. อะไร เป็นลักษณะ , เป็นรส ,
เป็นอาการปรากฏและเป็นปทัฏฐานของ ศีล
๔. ศีลมีอานิสงค์อย่างไร
๕. ศีลนี้มีกี่อย่าง
๖. อะไร เป็นความเศร้าหมองของศีล
๗. อะไร เป็นความผ่องแผ้วของศีล
วิสัชนาปัญหาข้อที่ ๑
ปัญหาข้อว่า อะไร ชื่อว่า ศีล วิสัชนาว่า
ธรรมทั้งหลายมีเจตนา เป็นต้น ของบุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาต เป็นต้น อยู่ก็ดี
ของบุคคลผู้บำเพ็ญวัตรปฏิบัติก็ดี ชื่อว่าศีลคำนี้ สมดัง พระธรรมเสนาบดีสารีบุตร
กล่าวไว้ในคัมภีร์ ปฏิสัมภิทามรรคว่า “ อะไรชื่อว่าศีล เจตนาชื่อว่าศีล เจตสิกชื่อว่าศีล สังวร ชื่อว่าศีล การไม่ล่วงละเมิดชื่อว่าศีล ” ๑
เจตนาศีล
ในศีลเหล่านั้น คำว่า เจตนาชื่อว่าศีล
ได้แก่ เจตนาของบุคคล
ผู้งดเว้นจากบาปธรรมมี –
ปาณาติบาต เป็นต้น หรือ เจตนาของบุคคลผู้กำลังบำเพ็ญวัตรปฏิบัติอยู่
เจตสิกศีล
เจตสิกศีล ชื่อว่าศีล
ได้แก่ วิรติเจตสิก ของบุคคล ผู้งดเว้นจากบาปธรรม มีปาณาติบาตเป็นต้น
อีกประการหนึ่ง เจตนา ชื่อว่าศีล ได้แก่ เจตนาในกรรมบถ ๗ ดวง ของบุคคลผู้ละอยู่ซึ่งบาปธรรมทั้งหลายมี
ปาณาติบาต เป็นต้น เจตสิก ชื่อว่า ศีล ได้แก่ กุศลธรรมทั้งหลาย คือ ความไม่โลภ ความไม่ความไม่พยาบาท
ความเห็นชอบ ที่ตรัสไว้โดยนัยมีอาทิว่า “ ภิกษุละอภิชฌาแล้วเป็นผู้มีจิต-ปราศจากอภิชฌาอยู่ ” ๑
สังวรศีล
สังวร ในคำว่า
สังวร ชื่อว่าศีลนี้ พึงทราบโดยประการ
๕ อย่าง คือ
ปาติโมกข์สังวร ๑ สติสังวร ๑ ญาณสังวร ๑ ขันติสังวร
๑ วีริยะสังวร ๑
ในสังวร ๕ อย่างนั้น
สังวรนี้คือ “ ภิกษุเป็นผู้เข้าถึงแล้ว
เข้าถึงพร้อมแล้วด้วยความสังวร
คือปาติโมกข์นี้ ๑“ ๒ ชื่อว่า
ปาติโมกข์สังวร สังวรนี้คือ “ ภิกษุย่อมรักษาซึ่งอินทรีย์ คือ จักษุ
ย่อมถึงซึ่งความสังวรในอินทรีย์คือ จักษุ ”
๓ ชื่อว่า สติสังวร สังวรนี้คือ “ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบปัญหา อชิตะมานพว่า อชิตะ กระแสกิเลสเหล่าใดในโลก สติเป็นเครื่องกั้นซึ่งกระแสเหล่านั้น เรากล่าวสติว่าเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น กระแลเหล่านั้นจะพึงตัดให้เด็ดขาดได้ด้วยปัญญา ”
๔ ชื่อว่า ญาณสังวร
แม้การเสพปัจจัยก็ถึงซึ่งอันรวมลงในญาณสังวรนี้ด้วย
ส่วนสังวรนี้ใดซึ่งมาโดยนัยมีอาทิว่า “ภิกษุเป็นผู้อดทนต่อความหนาว
เป็นผู้อดทนต่อความร้อน ” ๕ สังวรนี้ชื่อว่า
ขันติสังวร อนึ่ง
สังวรใดที่ได้มาโดยนัยมีอาทิว่า
“ภิกษุย่อมไม่ให้กามวิตกซึ่งเกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่ในภายใน ” ๖
สังวรนี้ชื่อว่า วีริยสังวร
แม้อาชีวปาริสุทธิ คือความบริสุทธิ์แห่งอาชีพ ก็ถึงซึ่งอันรวมลงในวีริยสังวรนี้ด้วย
สังวรทั้ง ๕ อย่างนี้ก็ดี
การงดเว้นจากวัตถุที่ประจวบเข้าของเหล่ากุลบุตรผู้กลัวบาป แม้ทั้งหมดนี้
พึงทราบเถิดว่าเป็น สังวรศีล ด้วยประการฉะนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น