วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ศีลในพระพุทธศาสนาตามพระไตรปิฏก

 


ชีวิตของมนุษย์มีองค์ประกอบสำคัญ  เรียกว่า  ขันธ์   คือ  รูป เวทนา  สัญญา  สังขาร  และ วิญญาณ  เมื่อย่อลงถึงที่สุดแล้วมีเพียง  รูปกับนาม  เป็นเครื่องอยู่อาศัยเท่านั้น   จะเว้นเสียซึ่งภัยธรรมชาติ ๔ ประการนี้ไม่ได้เลยคือ ชาติธรรม ชราธรรม พยาธิธรรม และ มรณะธรรม หากไม่มีธรรม ๔ ประ-การนี้เป็นเครื่องดำเนินแล้วมนุษย์ก็จะพากันประมาทเสียโดยมาก เสื่อมจากข้อวัตรปฏิบัติและศีลธรรมไปทีละน้อย ๆ  จนในที่สุดจะไม่อะไรเหลือไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจเลย    ไม่สามารถข้ามพ้น วัฎฏสงสาร ไปสู่ความดับ คือ นิพพาน ได้เลย ในส่วนข้อวัตรปฏิบัติและศีลธรรม บางคนคิดว่ายากลำบากแก่การปฏิบัติ เพราะไม่เข้าใจความหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งคำว่า  “ศีล”  แปลว่า ปรกติ คือ การปฏิบัติที่เป็นการควบคุมรักษากายวาจาของตนไว้ให้บริสุทธิ์ หรือ ให้สงบ  มีความมุ่งหมายเพื่อควบคุม  โทสะ  ความโหดร้าย – ความหยาบคาย ทางกาย และ วาจา  ซึ่งจะรักษาตนไว้ไม่ให้เสียหาย  เป็นการปราบกิเลสขั้นหยาบเป็นจุดเริ่มต้นหรือฐานในการไปสู่ขั้นสมาธิ  และ  ขั้นปัญญา  สำหรับผู้ที่เข้าใจและได้รักษาไว้ซึ่ง  ศีล

“ศีล” มีความหมายอย่างไร มีอานิสงส์อย่างไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง เป็นต้น  ที่พอจะเป็นแนวทางความรู้ของผู้ใคร่จะศึกษา และ ปฏิบัติได้เข้าใจเพิ่มขึ้น ในส่วนของรายงานฉบับนี้จะสมประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของอาจารย์ประจำวิชาตามสมควร

 

ศีลนิเทศ

 

ศีล   เป็นกฎของสมาคมชั้นสูงชนิดหนึ่งของสมาชิก ผู้มีจิตสูงส่ง  ทุก ๆ คน ที่เข้าร่วมสมาคมนี้ด้วยจิตยินดีปรีดาหามีใครบังคับกะเกณฑ์ไม่และมีจุดประสงค์อันเดียวกัน นั่นคือ  ต้องการจะเข้ามาฝึกฝนอบรมกาย วาจา ใจ ของตนให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นเครื่องมือสำหรับปราบกิเลสศัตรูขั้นหยาบ อันเกิดขึ้นทางกาย วาจา ซึ่งมีอยู่ในใจของแต่ละบุคคลเพื่อให้ลดเบาบางหรือหมดสิ้นไปในที่สุด  พระพุทธองค์จึงทรงสอนผู้ที่เห็นโทษให้ปราบด้วยการรักษาศีลซึ่งเป็นทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้กิเลสเหล่านี้เบาบางหมดสิ้นไป ในคัมภีร์ วิสุทธิมรรค คือ ทางแห่งวิสุทธินี้ แม้ว่า พระผู้มีพระภาคจะได้ทรงแสดงโดยมุข คือศีล สมาธิ ปัญญา อันสงเคราะห์ด้วยคุณธรรมเป็นอเนกประการ  ดังที่พรรณนามาแล้วก็ตามนับว่าทรงแสดงไว้อย่างย่อมาก  เหตุนั้น  จึงยังไม่เพียงพอเพื่อความเป็นอุปการะแก่เวไนยสัตว์ทั่วๆ ไป   ดังนั้นในรายงานฉบับนี้จะพรรณนาความแห่งวิสุทธิมรรคโดยพิสดารในหมวดแห่ง ศีล จึงตัวปัญหากรรมปรารภถึง ศีล ดังนี้

ปัญหาเรื่องศีล

๑. อะไร ชื่อว่า ศีล

๒. ที่ชื่อว่าศีล เพราะอรรถว่ากระไร

๓. อะไร เป็นลักษณะ , เป็นรส , เป็นอาการปรากฏและเป็นปทัฏฐานของ ศีล

๔. ศีลมีอานิสงค์อย่างไร

๕. ศีลนี้มีกี่อย่าง

๖. อะไร เป็นความเศร้าหมองของศีล

๗. อะไร เป็นความผ่องแผ้วของศีล

วิสัชนาปัญหาข้อที่ ๑

ปัญหาข้อว่า อะไร ชื่อว่า ศีล วิสัชนาว่า ธรรมทั้งหลายมีเจตนา เป็นต้น ของบุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาต เป็นต้น อยู่ก็ดี ของบุคคลผู้บำเพ็ญวัตรปฏิบัติก็ดี  ชื่อว่าศีลคำนี้ สมดัง พระธรรมเสนาบดีสารีบุตร กล่าวไว้ในคัมภีร์ ปฏิสัมภิทามรรคว่า “ อะไรชื่อว่าศีล  เจตนาชื่อว่าศีล  เจตสิกชื่อว่าศีล  สังวร ชื่อว่าศีล  การไม่ล่วงละเมิดชื่อว่าศีล ”

เจตนาศีล

ในศีลเหล่านั้น   คำว่า   เจตนาชื่อว่าศีล   ได้แก่   เจตนาของบุคคล  ผู้งดเว้นจากบาปธรรมมี

ปาณาติบาต เป็นต้น  หรือ  เจตนาของบุคคลผู้กำลังบำเพ็ญวัตรปฏิบัติอยู่

เจตสิกศีล

เจตสิกศีล ชื่อว่าศีล ได้แก่ วิรติเจตสิก ของบุคคล ผู้งดเว้นจากบาปธรรม มีปาณาติบาตเป็นต้น 

อีกประการหนึ่ง  เจตนา ชื่อว่าศีล ได้แก่ เจตนาในกรรมบถ    ดวง  ของบุคคลผู้ละอยู่ซึ่งบาปธรรมทั้งหลายมี ปาณาติบาต  เป็นต้น   เจตสิก ชื่อว่า  ศีล  ได้แก่ กุศลธรรมทั้งหลาย  คือ  ความไม่โลภ ความไม่ความไม่พยาบาท  ความเห็นชอบ  ที่ตรัสไว้โดยนัยมีอาทิว่า  ภิกษุละอภิชฌาแล้วเป็นผู้มีจิต-ปราศจากอภิชฌาอยู่

สังวรศีล

  สังวร  ในคำว่า  สังวร ชื่อว่าศีลนี้   พึงทราบโดยประการ   อย่าง  คือ   ปาติโมกข์สังวร ๑               สติสังวร ๑   ญาณสังวร ๑   ขันติสังวร ๑   วีริยะสังวร ๑  

ในสังวร    อย่างนั้น  สังวรนี้คือ “ ภิกษุเป็นผู้เข้าถึงแล้ว  เข้าถึงพร้อมแล้วด้วยความสังวร  คือปาติโมกข์นี้ ๑“  ชื่อว่า ปาติโมกข์สังวร  สังวรนี้คือ   ภิกษุย่อมรักษาซึ่งอินทรีย์  คือ  จักษุ  ย่อมถึงซึ่งความสังวรในอินทรีย์คือ จักษุ ”    ชื่อว่า สติสังวร  สังวรนี้คือ  “ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบปัญหา อชิตะมานพว่า   อชิตะ  กระแสกิเลสเหล่าใดในโลก  สติเป็นเครื่องกั้นซึ่งกระแสเหล่านั้น    เรากล่าวสติว่าเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น  กระแลเหล่านั้นจะพึงตัดให้เด็ดขาดได้ด้วยปัญญา ”  ชื่อว่า ญาณสังวร แม้การเสพปัจจัยก็ถึงซึ่งอันรวมลงในญาณสังวรนี้ด้วย ส่วนสังวรนี้ใดซึ่งมาโดยนัยมีอาทิว่า “ภิกษุเป็นผู้อดทนต่อความหนาว เป็นผู้อดทนต่อความร้อน ”  สังวรนี้ชื่อว่า ขันติสังวร  อนึ่ง สังวรใดที่ได้มาโดยนัยมีอาทิว่า  “ภิกษุย่อมไม่ให้กามวิตกซึ่งเกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่ในภายใน ” สังวรนี้ชื่อว่า วีริยสังวร  แม้อาชีวปาริสุทธิ คือความบริสุทธิ์แห่งอาชีพ  ก็ถึงซึ่งอันรวมลงในวีริยสังวรนี้ด้วย สังวรทั้ง ๕ อย่างนี้ก็ดี การงดเว้นจากวัตถุที่ประจวบเข้าของเหล่ากุลบุตรผู้กลัวบาป  แม้ทั้งหมดนี้  พึงทราบเถิดว่าเป็น  สังวรศีล  ด้วยประการฉะนี้



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

  เบญจกัลยาณธรรม                 กัลยาณธรรม   แปลว่า   ธรรมอันงาน   เมื่อกล่าวโดยความก็คือ   ข้อปฏิบัติพิเศษที่ยิ่งขึ้นไปกว่าศีลและเป็นคู่...