วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566

ระเบียบปฏิบัติการจุดเครื่องสักการะบูชา

 




ระเบียบปฏิบัติการจุดเครื่องสักการะบูชา

พิธีทำบุญงานมงคล

                เมื่อถึงเวลาตามกำหนดการแล้ว  พิธีกรถือเทียนชนวนเข้ามาเชิญไปจุดเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัย  ผู้เป็นประธานพิธีหรือเจ้าภาพงาน   ควรปฏิบัติตนดังนี้  คือ

                ลุกขึ้นจากที่นั่ง  เดินตรงไปยังที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระ  ถ้าโต๊ะหมู่บูชาพระตั้งอยู่สูง   ก็ยืนจุด  ถ้าโต๊ะหมู่บูชาพระตั้งอยู่ที่ไม่สูงนัก   พอที่จะนั่งคุกเข่าได้  ก็ควรที่จะนั่งคุกเข่าลงแล้วรับเชิงเทียนชนวนจากพิธีกร   แต่ไม่ควรรับเชิงเทียนชนวนมาก่อนที่ยังไม่ถึงหน้าโต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัย

                และก็ควรที่จะจุดเทียนเล่มขวามือของพระพุทธรูปก่อน    แล้วจึงจุดเล่มซ้ายต่อไป  ถ้ามีเทียนตั้งอยู่หลายคู่   ควรจะจุดคู่บนสุดก่อน  แล้วจึงจุดลดหลั่นกันลงมาตามลำดับ  จนครบทุกคู่แล้วจึงจุดธูป

                ถ้ามีสายชนวนเชื่อมโยงจากธูปไปยังเทียนทุกคู่แล้ว  ก็จุดธูปเป็นอันดับแรก  ถ้าธูปมิได้จุ่มน้ำมันเตรียมเอาไว้  ก็ถอนธูปมาจุดกับเทียนชนวน  ถ้าธูปจุ่มน้ำมันเตรียมไว้แล้ว  ก็จุดธูปโดยไม่ต้องถอนธูปออกมาจากกระถางธูปมาจุดกับเทียนชนวน

                เมื่อจุดธูปเสร็จแล้ว   ก็ส่งเทียนชนวนคืนให้แก่พิธีกร  แล้วปักธูปไว้ตามเดิม

                วิธีปักธูปนั้น   ควรจะปักเรียงกันเป็นแถวเดียวกัน  โดยเว้นรอยะห่างให้เท่า ๆ กัน  ให้ธูปแต่ละดอกต่ำพอ ๆ กัน  หรือ  ปักธูปเป็นสามเส้าก็ได้  และก็ควรจะปักธูปไว้กึ่งกลางกระถางธูป    โดยจะปักธูปทุกดอกให้ตั้งตรง  ไม่เอนเอียงไปข้างหนึ่งข้างใด  อันเป็นการแสดงถึงอัธยาศัยของผู้นั้นว่าเป็นคนมีระเบียบเรียบร้อย  เป็นคนชื่อตรงไม่ใช่คนมักง่าย

คำบูชาพระรัตนตรัย

                เมื่อปักธูปเสร็จเรียบร้อยแล้ว    ก็ควรที่จะนั่งคุกเข่า   ตั้งใจกล่าวคำอาราธนาคำบูชาพระรัตนตรัย ( เพียงแต่นึกในใจ  หรือจะออกเสียงก็ได้ ) ว่า

                นะโม   ตัสสะ   ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ  (  กล่าว    จบ )

                ( ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค   อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น )

                อิมินา   สักกาเรนะ  พุทธัง   อภิปูชะยามิ

อิมินา   สักกาเรนะ  ธัมมัง   อภิปูชะยามิ

อิมินา   สักกาเรนะ  สังฆัง   อภิปูชะยามิ ฯ

( ถ้าว่าหลายคนพร้อมกัน  ก็ควรจะเปลี่ยนจากคำว่า  มิ  เป็น  มะ  แทน )

            ( ข้าพเจ้า    ขอบูชาอย่างยิ่ง   ซึ่งพระพุทธเจ้า   ด้วยเครื่องสักการะนี้ )

( ข้าพเจ้า    ขอบูชาอย่างยิ่ง   ซึ่งพระธรรม   ด้วยเครื่องสักการะนี้ )

( ข้าพเจ้า    ขอบูชาอย่างยิ่ง   ซึ่งพระสงฆ์   ด้วยเครื่องสักการะนี้ )

วิธีกราบพระรัตนตรัย

                เมื่อกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยจบแล้ว   ก็กราบพระรัตนตรัย  ๓ ครั้ง  ด้วยเบญจางคประดิษฐ์   ( คือ  การตั้งหน้าผากฝ่ามือทั้งสองข้างและเข่าทั้งสอง   ลงจรดพื้น ) และในขณะที่หมอบกราบพระรัตนตรัยในแต่ละครั้งนั้น    ก็ให้ระลึกถึงพระรัตนตรัย  ดังนี้

คำระลึกถึงพระรัตนตรัยในขณะกราบ

            กราบครั้งที่     ระลึกว่า   พุทโธ   เม  นาโถ    พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า

กราบครั้งที่     ระลึกว่า   ธัมโม   เม  นาโถ    พระธรรมเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า

            กราบครั้งที่     ระลึกว่า   สังโฆ   เม  นาโถ    พระสงฆ์เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า

            กิริยาอาการที่กราบพระรัตนตรัยนั้น   ไม่ควรกราบเร็วเกินไป   หรือว่าช้าจนเกินงาม  และกราบให้ถูกต้องแบบเบญจางคประดิษฐ์จริง ๆ  ทุกครั้งที่กราบพระรัตนตรัย   ทั้งนี้   เพื่อเป็นทิฏฐานุคติแก่อนุชนรุ่นหลัง  จะได้ถือเป็นแบบอย่างที่ดี  และนำไปปฏิบัติตามได้ถูกต้องสืบต่อไป

การจุดเทียนน้ำมนต์

                ผู้เป็นประธานพิธี  หรือผู้เป็นเจ้าภาพงานทำบุญนั้น   ก็ควรจะรอคอยเวลาจุดเทียนน้ำมนต์ถวายพระสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง   แม้จะมีธุระอย่างใด   ก็ควรจะงดเว้นไว้ก่อน

                เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทมงคลสูตรว่า  ( อเสวนา   จะ   พาลานัง )    พิธีกรจุดเทียนชนวนเข้าเชิญประธานพิธี  หรือเจ้าภาพของงาน   ไปจุดเทียนน้ำมนต์ซึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าของพระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์

                เมื่อจุดเทียนน้ำมนต์แล้ว  ควรจะหยดน้ำตาเทียนชนวนลงที่ไส้ของเทียนน้ำมนต์นั้นก่อน   ซึ่งจะทำให้การจุดไฟนั้นติดได้ง่าย  และจะไม่ทำให้ไส้เทียนน้ำมนต์นั้นจะถูกไฟไหม้หมดเสียก่อน     

                เมื่อจุดเทียนน้ำมนต์แล้ว   ก็ส่งเทียนชนวนให้แก่พิธีกร    แล้วขดภาชนะน้ำมนต์ถวายพระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์

                เมื่อยกภาชนะน้ำมนต์ถวายแล้ว   ก็ควรที่จะยกมือไหว้พระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์  เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ   แล้วจึงกลับไปนั่งที่เดิม

                ต่อจากนั้น  ถ้ามีกิจธุระจำเป็น  ก็พอที่จะปลีกตัวไปได้บ้าง   ก็แล้วแต่ท่านแล้ว   ผู้เป็นประธานพิธี  หรือเจ้าภาพของงานนั้น   ไม่ควรจะปลีกตัวไปไหนในขณะที่พระสงฆ์กำลังเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประธานพิธี  หรือเจ้าภาพของงาน   ควรจะนั่งอยู่เป็นประธานจนกว่าจะเสร็จพิธีจึงจะเป็นการถูกต้องและเหมาะสมทุกประการ


  เบญจกัลยาณธรรม                 กัลยาณธรรม   แปลว่า   ธรรมอันงาน   เมื่อกล่าวโดยความก็คือ   ข้อปฏิบัติพิเศษที่ยิ่งขึ้นไปกว่าศีลและเป็นคู่...