พระราชกุศลเทศมหาชาติ
เทศมหาชาติ
เป็นเทศน์เรื่องรางมหาเวสสันดรชาดกในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงปรารภเรื่องฝนโบกขรพัตรทรงเล่าถึงอดีตชาติของพระองค์ครั้งเสวยพระชาตินั้น เวสสันดร
ผู้ใคร่ในการให้ทานจนกลายมาเป็นวรรณกรรมชาดกที่ไพเราะประทับใจสำหรับผู้ได้สัมผัส
จนกลายเป็นชาดกที่มีอิทธิพลต่อคนไทยทั้งชาติ นั่นคือ
ทำให้คนไทยมีนิสัยชอบเป็นผู้ให้
เพราะทำให้สบายใจเมื่อได้ปฏิบัติและการให้นั้นก็ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน
การเทศมหาชาตินั้นปรากฏมีมาในพระราชพิธี
เรียกว่า
พระราชกุศลเทศนามหาชาติ
ในบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวราชกาลที่ ๕
มีว่า ในรัชกาลที่ ๑ - ๒ - ๓ กำหนดกันในเดือน ๑๑ ขึ้น
๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ มีมหาชาติ
แรม ๑ ค่ำ มีอริสัจ ๔ ครบ ๓๓
กัณฑ์
เมื่อเทศน์จบจังเสด็จลงลอยพระประทีป มาในรัชกาลที่ ๓
หากปีใดมีพระองค์เจ้าหม่อมเจ้าทรงผนวชเป็นภิกษุและสามเณรมาก
ในปีนั้นก็มีมหาชาติ
ถ้าปีใดไม่มีการเปลี่ยนมาเป็นเทศนาปฐมสัมโพธิแทนโดยแบ่งเป็นวันละ ๑๐
กัณฑ์ ฯลฯ
ต่อมาเทศนามหาชาติได้เปลี่ยนมาเป็นเดือนอ้าย ในสมัยรัชกาลที่ ๕
เนื่องจากมีพระราชวรกิจมากมายในเดือน
๑๑ - ๑๒
ที่จะต้องทำ เช่น พระราชพิธีมหาชาติเดิม การทำบุญวันประสูติ วันสวรรคตของสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ
และวันฉัตรมงคล
สถานที่จัดเทศนามหาชาติ
ในรัชกาลที่ ๓ หรือก่อนนั้นได้จัดกันที่ พระที่นั่งเศวตฉัตรในพระที่นั่ง อัมรินทรวินิจฉันแห่งเดียว
เว้นแต่ว่ามีพระบรมศพประดิษฐานอยู่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จึงได้เทศนาบนพระแท่นมุก พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ครั้นรัชกาลที่ ๔ เคยได้จัดที่พระที่นั่งอนันตสมาคม แต่ไม่ค่อยชัด
จังได้ย้ายไปจัดที่พระที่นั่งทรงธรรม
ผู้ที่เข้าไปฟังเทศน์นั้นมีเฉพาะเจ้านาย
เจ้าพนักงาน กรมพระตำรวจ และมหาดเล็ก
บนพระที่นั่งทรงธรรมข้างในทั้งสิ้น
ต่อมาได้ย้ายมาเทศที่พระนั่งอัมรินทรเช่นเดิม และย้ายมาเทศนาที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เพราะซ่อมแซมพระที่นั่งอันรินทร์วินิจฉัย
การตกแต่งเครื่องกัณฑ์
การตกแต่งเครื่องบูชาเทศนา
ที่พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย
ด้านหลังพระที่นั่งเศวตรฉัตร
ผูกกิ่งไม้ร้อยห้อยเป็นพวงพู่ผูกตามกิ่งไม้ทั่งไปบนพระแท่นถมตั้งพานทองสองชั้นขนาดใหญ่เล็ก เรียงเป็นแถว
ตะบะถมตังหญ้าแพรก ข้าวตอก ดอกมะลิ
ถั่วงา และมีพานเครื่องทองน้อย แก้วห้า
สำหรับตั้งตะเกียงแก้วแทรกตามระหว่างเครื่องทองน้อยตรงพระที่นั่งเศวตรฉัตรออกไป ตั้งหมากพานทองมหากฐินสองพาน หมากพนมใหญ่
พานแว่นฟ้าสองพาน
และพานนี้เปลี่ยนเป็นโคมเทียนมีต้นไม้เงินทองตั้งรายสองแถวกระถางต้นไม้ตัดลายคราม โดมพโอมแก้วลายตลอดทั้งสองข้าง หน้าแถวมีกรงนกคีริบูร ซึ่งติดกับหม้อแก้วเลี้ยงปลาทองตั้งปิดช่องกลาง ปลายแถวตั้งขันเทียนคาถาพัน จุดตะเกียงที่เสาแขวนฉากเทศน์ทั้ง ๑๓
กัณฑ์ หน้าท้องพระโรงมีซุ้มตะเกียง
๔ ซุ้ม มีราชวัติฉัตรธงผูกต้นกล้วย ต้นอ้อยตามธรรมเนียม
ครั้งหนึ่งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวรัชกาลที่
๕ ยังทรงพะเยาว์
ทรงบรรพชาเป็นสามเณร
พระองค์ได้ทรงจัดเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ถวายโดยทำเป็นกระจาดใหญ่รูปเรือสำเภาที่พระที่นั่งสุทไธสวรรค์
ธรรมเนียมการเสด็จออกมหาชาติ
กัณฑ์ทศพร เจ้ากรามปลัดกรมพระตำรวจต้องจำตะเกียงที่ซุ้มเข้ามาถวายซุ้มละ ๑ ตะเกียง มหาดเล็กต้องคอยเปลี่ยนเทียนเครื่องนมัสการในเวลาที่เสด็จไปทรงประเคนเครื่องกัณฑ์ให้แล้วเสร็จทันเสด็จกลับมาทุกครั้ง ขณะจุดเทียนแล้วตั้งรับเทียนประจำกัณฑ์และเทียนคาถาพันทุกคราว ไม่มีเวลายกเว้น นอกนั้นไม่มีอะไร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น