วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

พระราชกุศลเทศมหาชาติ

 


พระราชกุศลเทศมหาชาติ

                เทศมหาชาติ  เป็นเทศน์เรื่องรางมหาเวสสันดรชาดกในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงปรารภเรื่องฝนโบกขรพัตรทรงเล่าถึงอดีตชาติของพระองค์ครั้งเสวยพระชาตินั้น  เวสสันดร  ผู้ใคร่ในการให้ทานจนกลายมาเป็นวรรณกรรมชาดกที่ไพเราะประทับใจสำหรับผู้ได้สัมผัส  จนกลายเป็นชาดกที่มีอิทธิพลต่อคนไทยทั้งชาติ  นั่นคือ  ทำให้คนไทยมีนิสัยชอบเป็นผู้ให้  เพราะทำให้สบายใจเมื่อได้ปฏิบัติและการให้นั้นก็ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน

                การเทศมหาชาตินั้นปรากฏมีมาในพระราชพิธี  เรียกว่า  พระราชกุศลเทศนามหาชาติ  ในบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวราชกาลที่    มีว่า  ในรัชกาลที่  - - ๓ กำหนดกันในเดือน  ๑๑  ขึ้น  ๑๔ ค่ำ  ๑๕ ค่ำ  มีมหาชาติ  แรม ๑ ค่ำ  มีอริสัจ    ครบ  ๓๓  กัณฑ์  เมื่อเทศน์จบจังเสด็จลงลอยพระประทีป มาในรัชกาลที่    หากปีใดมีพระองค์เจ้าหม่อมเจ้าทรงผนวชเป็นภิกษุและสามเณรมาก ในปีนั้นก็มีมหาชาติ  ถ้าปีใดไม่มีการเปลี่ยนมาเป็นเทศนาปฐมสัมโพธิแทนโดยแบ่งเป็นวันละ   ๑๐  กัณฑ์  ฯลฯ

                ต่อมาเทศนามหาชาติได้เปลี่ยนมาเป็นเดือนอ้าย  ในสมัยรัชกาลที่    เนื่องจากมีพระราชวรกิจมากมายในเดือน  ๑๑ - ๑๒  ที่จะต้องทำ  เช่น  พระราชพิธีมหาชาติเดิม  การทำบุญวันประสูติ  วันสวรรคตของสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ และวันฉัตรมงคล

สถานที่จัดเทศนามหาชาติ

                ในรัชกาลที่    หรือก่อนนั้นได้จัดกันที่  พระที่นั่งเศวตฉัตรในพระที่นั่ง  อัมรินทรวินิจฉันแห่งเดียว  เว้นแต่ว่ามีพระบรมศพประดิษฐานอยู่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท   จึงได้เทศนาบนพระแท่นมุก  พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท  ครั้นรัชกาลที่  ๔ เคยได้จัดที่พระที่นั่งอนันตสมาคม  แต่ไม่ค่อยชัด  จังได้ย้ายไปจัดที่พระที่นั่งทรงธรรม  ผู้ที่เข้าไปฟังเทศน์นั้นมีเฉพาะเจ้านาย  เจ้าพนักงาน   กรมพระตำรวจ  และมหาดเล็ก  บนพระที่นั่งทรงธรรมข้างในทั้งสิ้น  ต่อมาได้ย้ายมาเทศที่พระนั่งอัมรินทรเช่นเดิม  และย้ายมาเทศนาที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท  เพราะซ่อมแซมพระที่นั่งอันรินทร์วินิจฉัย

การตกแต่งเครื่องกัณฑ์

                การตกแต่งเครื่องบูชาเทศนา  ที่พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย  ด้านหลังพระที่นั่งเศวตรฉัตร  ผูกกิ่งไม้ร้อยห้อยเป็นพวงพู่ผูกตามกิ่งไม้ทั่งไปบนพระแท่นถมตั้งพานทองสองชั้นขนาดใหญ่เล็ก  เรียงเป็นแถว  ตะบะถมตังหญ้าแพรก   ข้าวตอก  ดอกมะลิ  ถั่วงา  และมีพานเครื่องทองน้อย  แก้วห้า  สำหรับตั้งตะเกียงแก้วแทรกตามระหว่างเครื่องทองน้อยตรงพระที่นั่งเศวตรฉัตรออกไป  ตั้งหมากพานทองมหากฐินสองพาน  หมากพนมใหญ่  พานแว่นฟ้าสองพาน  และพานนี้เปลี่ยนเป็นโคมเทียนมีต้นไม้เงินทองตั้งรายสองแถวกระถางต้นไม้ตัดลายคราม  โดมพโอมแก้วลายตลอดทั้งสองข้าง  หน้าแถวมีกรงนกคีริบูร  ซึ่งติดกับหม้อแก้วเลี้ยงปลาทองตั้งปิดช่องกลาง   ปลายแถวตั้งขันเทียนคาถาพัน  จุดตะเกียงที่เสาแขวนฉากเทศน์ทั้ง  ๑๓  กัณฑ์ หน้าท้องพระโรงมีซุ้มตะเกียง    ซุ้ม  มีราชวัติฉัตรธงผูกต้นกล้วย  ต้นอ้อยตามธรรมเนียม

                ครั้งหนึ่งในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  คราวรัชกาลที่    ยังทรงพะเยาว์ ทรงบรรพชาเป็นสามเณร  พระองค์ได้ทรงจัดเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ถวายโดยทำเป็นกระจาดใหญ่รูปเรือสำเภาที่พระที่นั่งสุทไธสวรรค์

ธรรมเนียมการเสด็จออกมหาชาติ

                กัณฑ์ทศพร  เจ้ากรามปลัดกรมพระตำรวจต้องจำตะเกียงที่ซุ้มเข้ามาถวายซุ้มละ ๑  ตะเกียง  มหาดเล็กต้องคอยเปลี่ยนเทียนเครื่องนมัสการในเวลาที่เสด็จไปทรงประเคนเครื่องกัณฑ์ให้แล้วเสร็จทันเสด็จกลับมาทุกครั้ง  ขณะจุดเทียนแล้วตั้งรับเทียนประจำกัณฑ์และเทียนคาถาพันทุกคราว ไม่มีเวลายกเว้น  นอกนั้นไม่มีอะไร


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

  เบญจกัลยาณธรรม                 กัลยาณธรรม   แปลว่า   ธรรมอันงาน   เมื่อกล่าวโดยความก็คือ   ข้อปฏิบัติพิเศษที่ยิ่งขึ้นไปกว่าศีลและเป็นคู่...