ตานก๋วยสลาก
“ ตานก๋วยสลาก “ เป็นบุญประเพณีของชาวไทยภาคเหนือ เป็นคำเมือง
“ ต๋าน” แปลว่า “ ทาน “ ( ของถวาย” คำว่า
“ ก๋วย “
หมายถึง “ ชะลอม “ หรือ “ ตะกร้าใส่ของ “ ดังนั้น “ ตานก๋วยสลาก “ จึงแปลตรงๆ ว่า “ สลากภัต “ คือถวายทานแด่พระสงฆ์ตามสลากที่ท่านจับได้ มีจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกัน “ สังฆทาน “ คือถวายไม่เจาะจงบุคคล คือ มี ๒ ชนิด คือ
๑. สลากหลวง ( หลวง ใหญ่ )
จัดเป็นตะกร้า
หรือสลากขนาดใหญ่
ทำเป็นรูปปราสาทหรือเรือนไม้ก็มี
และบรรจุเครื่องเรือนสำหรับถวายไว้ครบครัน
นิยมเรียกว่า “ สลากโชค “ เพราะใครจับสลากได้ก็รวยไป
๒. สลากธรรมดา เป็นชะลอมหรือตะกร้าสลากทั่ว ๆ ไป บรรจุอาหาร
คาว หวาน
ชุดหนึ่งและของบริวารที่ต้องการถวายบนยอดก๋วยมีดอกไม้ธูปเทียนรวมทั้งจตุปัจจัยหรือธนบัตรเสียบก้านไม้ประดับไว้ด้วย
วิธีตานหรือถวายสลาก
เหล่า ศรัทธา คือทายกทายิกาทั้งหลายจะตั้งวาง ของถวาย
หรือ ตาน ของตน ๆ
ไว้บนเสื่อหรือโต๊ะที่ตั้งไว้เรียงราย
ณ ลานวัด
แล้วเขียนชื่อและคำอุทิศของตน ๆ
ลงบนลานหรือกระดาษยาว ๆ
เรียกว่า เส้นสลาก
นำไปรวมกันไว้ที่หน้าพระประธานในวิหารหรืออุโบสถ แบ่งเส้นสลากออกว่าจะได้แก่พระภิกษุสามเณรรูปละกี่เส้น
โดยแบ่งส่วนไว้เป็นของกลางวัดแล้วถวายก๋วยสลากไปตามพระภิกษุสามเณรรูปนั้น
ๆ ที่จัดได้สลากของตน ๆ
ทำให้เกิดความสนุกสนานรื่นเริงในบุญและวิธีทำบุญทั้งสองด้วย
วัตถุประสงค์
เพื่อทำบุญอุทิศให้เปรตญาติทั้งหลายโดยเชื่อว่า วันสิ้นเดือน
๑๒ ของทางภาคเหนือ ( ซึ่งตรงกันวันสิ้นเดือน
๑๐ ของภาคกลาง ) เป็นวันที่ยมบาลปล่อยเปรตอนุญาติให้กลับมารับส่วนบุญที่ลูกหลานทำอุทิศให้ความเป็นมาของตานก๋วยสลากหรือสลากภัตมีเรื่องเล่าว่า
เมื่อพุทธกาล
มีเด็กเลี้ยงวัวกลุ่มหนึ่งนั่งพักอยู่ใต้ร่มโคนต้นไม้ ขณะนั้นมีพระสงฆ์หมู่หนึ่งเดินทางผ่านมาเด็ก
ๆ ต่างมีศรัทธาจะถวายข้าวห่อของตน ๆ และเกี่ยงกันจะถวายแก่พระเถระที่เป็นหัวหน้า
เมื่อตกลงกันไม่ได้พระเถระจึงแนะอุบายให้ต่างคนต่างนำกิ่งไม้เล็ก ๆ มาทำเป็นสลาก ( สลาก ซี่ไม้ ) ให้พระสงฆ์แต่ละรูปจับ
ถ้าพระสงฆ์รูปใดจับได้ซี่ไม้ของใครก็ให้ผู้นั้นถวายรูปนั้น ซึ่งต่างก็ทำตาม
จังถือนิยมปฏิบัติตามกันมาด้วยมีลักษณะตรงกับเจตนาการถวายสังฆทาน
ซึ่งพระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่ามีอานิสงส์ยิ่ง
เพราะมีเจตนาไม่เจาะจงเฉพาะบุคคลมีแต่จิตบริสุทธิ์มุ่งทานเป็นเป้าหมาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น