วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ประวัติสงกรานต์

 


ประวัติสงกรานต์

            ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับเรื่องสงกรานต์  ( สงขานต์ ) มีนิทานปรากฏในประชุมจารึก  วัดพระเชตุพน ฯ  กรุงเทพ ฯ ความว่า

                ต้นภัทรกัลป์  มีเศรษฐีไร้บุตรคนหนึ่งเกิดสะเทือนใจเมื่อถูกขี้เมาถากถางว่า  มาสมบัติก็ไร้ความหมายเพราะไม่มีลูกชายสืบสกุลมรดก  สู้ตนเองไม่ได้  มีอยู่    คน    เที่ยวบนบานเทวดาที่นับถือขอบุตรอยู่   ๔ ปี  จึงได้บุตรคนหนึ่ง  ให้ชื่อว่า  ธรรมบาล

                ธรรมบาลเป็นเด็กเฉลียวฉลาด  สามารถแนะนำดำเนินชีวิตให้ผู้คนที่ไปขอคำแนะนำประสบมงคลคือความเจริญก้าวหน้าได้รายแล้วรายเล่า จนชื่อเสียงล่ำลือไปจนถึง  กบิลพรหม

                กบิลพรหม  ซึ่งเคยเป็นที่นับถือในเรื่องดังกล่าวมาก่อน  ทนงตัวว่าเด่น  ริษยาว่าเด็กทำเกินหน้าตนจึงคิดกำจัดลงมาท้าพนันเอาศรีษะของกันและกันเป็นเดิมพัน  โดยมีเงื่อนไยให้เวลา     วันในการแก่ปัญหา    ประเด็น คือ  ราศี (ความสง่า . สักษณะความดีงาม)  ของคนเรา  ยามเช้าอยู่ที่ใด   ยามเที่ยงอยู่ที่ใด  และยามค่ำอยู่ที่ใด  ?  ธรรมบาลไม่มีทางเลี่ยงจำต้องรับท้าและที่สุดก็ได้แนวเฉลยปัญหาจากที่เผอิญแอบได้ยินนกอินทรีย์ผัวเมียคู่หนึ่งคุยกัน  จึงสามารถเฉลยปัญหา ๓  ประเด็นดังกล่าวนี้  ดังนี้คือ

                ยามเช้าราศีอยู่ที่หน้า  ยามเที่ยงอยู่ที่อก  และยามค่ำอยู่ที่เท้าเรื่องลงเอยว่า กบิลพรหมต้องยอมตัดศรีษะบูชาธรรมบาลตามสัญญา  แต่เนื่องจากศรีษะกบิลพรหมนั้นตกลงถึงที่ใด  ไม่ว่าจะเป็นน้ำ  อากาศ  หรือแผ่นดิน จะเกิดแห้งแล้งไปไหม้อาเพทไปทั่ว  กบิลพรหมจังเรียกธิดาทั้ง    คนมาสั่งให้เอาพานรองศรีษะไปเก็บไว้ยังเขาไกรลาส  ถึงปีให้เอาออกมาแห่นำคืนเข้าที่เดิม  อันเป็นที่มาแห่งสงกรานต์

                อนึ่ง  สงกรานต์ของชนชาติไทย  ทางแถบสิบสองปันนา  ( ปันนามาจากคำ  พารา  หรือ พารรา  ( เมือง )  แล้วกลายเสียงมาเป็นพานา  หรือพานนา  แบะเป็นปันนาในที่สุด  เพราะพยัญชนะ  ,  ,  ,  ของไทยขานใช้ปะปนกันได้ )

                มียักษ์  ๒ ตน  มาขโมยเมียชาวบ้านเอาไปครอง  แต่นางทั้ง    เป็นคนฉลาด  ได้ล้วงเอาความลับที่จะสามารถฆ่ายักษ์ได้  วันหนึ่งโอกาสก็มาถึง  นางทั้ง    ได้ช่วยกันเอาผมยักษ์รัดคอยักษ์จนคอขาดตาย  ขณะนั้นมีไฟพลุ่งโพลงออกมากปากยักษ์    นางต้องช่วยกันประคองหัวยักษ์อยู่ถึง    ปี ไปจึงมอดสงบลง    นางดีใจจึงช่วยกันเอาน้ำสาเลือดยักษ์กันเป็นการใหญ่  เป็นที่มาแห่งการเล่นสาดน้ำสงกรานต์ของชนเผ่าใด

ข้อคิดคติธรรมจากนิทานสงกรานต์  

                ถ้าจะมองตั้งข้อสังเกต   จะเห็นปมเงื่อนคติธรรมที่ท่านผูกไว้ในชื่อตัวละครต่าง    นั้นเองแหละเพื่อประหยัดเวลาจะลองแสดงข้อคิดเห็น  ลำดับความตามเรื่องราว  ในลักษณะแปลความหมายตามคติธรรมที่ท่านสอนไว้ดังนี้

                อันความสมบูรณ์พูนสุข  ( เศรษฐี )  ในชีวิตเรานั้น  จะหวั่นไหวกลายสภาพได้เสมอ  ถ้าตกอยู่ในความประมาท ( ขี้เมา )  การที่คนเราจะดำรงสภาพอยู่ได้  จำเป็นต้องมีธรรมเป็นเครื่องดำเนิน  หรือครองธรรมประจำตน  ( ธรรมบาล )  ซึ่งการทีจะครองธรรมประจำตนอยู่ได้นั้น  จุดสำคัญคือ  การรู้จักคุ้มครองอินทรีย์  ( นกอินทรีย์  คือ  ตา  หู  จมูก  ลิ้น  กาย  ใจ  ซึ่งมีตาแหลมคนเป็นลักษณะ )  คือมีสติปัญญา  มีวิจารณญาณควบคุมอินทรีย์ให้ได้รับการฝึกฝนจนมีลักษณะรวมที่เรียกว่า  รู้เท่าทันตามสภาพที่เป็นจริงกระทั่งครองจนได้   เมื่อครองตนได้เช่นนี้   ก็จะเป็นผู้ตั้งอยู่ในคุณธรรมอันประเสริฐอุปมาด้วยกบิลพรหม  คือพรหมวิการธรรม  ( เมตตา  กรุณา  มุทิตา  อุเบกขา )   แต่เมื่อไรถ้าเผลอประมาทปล่อยใจให้เป็นทาสของกิเลส  ฝ่ายต่ำ  เช่นริษยา  เป็นต้น   ก็จะถึงความวิบัติ  นำไปสู่การเบียดเบียน ทำลายล้าง  ปราศจากความรักใคร่  ไร้ความเห็นใจกัน  มีแต่ความเห็นแก่ได้  และไร้ความยุติธรรมในสังคม  สังคมไม่ว่าจะเป็นของชนชั้นใด  ถ้าไร้พรหมวิหารธรรมประคองพรหม  วิหารธรรมไว้ไม่ได้  ปล่อยให้เศียรพรหมพลัดตกลงสู่พื้น  ก็จะเกิดอาเพทเดือดร้อนทั่วไป  ดังนั้น  จึงจำต้องปลุกระดมให้เห็นความสำคัญของพรหมวิหารอยู่ทุกวัน  ( ธิดา    คน  ออกมาแห่เศียรบิดาตน )

                อนึ่ง  ความมัวเมาประมาทในวัยเป็นเรื่องทำลายสกัดกั้นความเจริญก้าวหน้าและความดีงามของตน   ดังนั้นคนเราจึงควรรู้ลักษณะที่ก่อให้เกิดความดีงามประจำวัยหรือรู้หน้าที่ว่าระยะใด  โอกาสอำนวยให้ทำสิ่งใดได้ก็ควรทำตนให้สอดคล้องกับช่วงระยะวัยนั้น ๆ จึงควรได้แก่

                วัยต้น  ( ยามเช้า )  เป็นวัยที่จะต้องเตรียมตัวไปพบกับความสว่างไสว  มาหูตากว้างไกล  สำหรับการดำรงชีวิตในอนาคตจึงเป็นวัยที่มีหน้าที่ในการเล่าเรียนศึกษาหาความรู้  เพิ่มพูนสติปัญญาอันเป็นเสมือนดวงตาที่แจ่มใส  ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญในการเดินทาง  ( อุปมาด้วยการเอาน้ำล้างให้ตาสว่าง )

                วัยกลาง  ( ยามเที่ยง )  เป็นวัยที่ต้องสร้างหลักปักฐาน   ต้องนำความรู้ที่ได้เล่าเรียนสะสมไว้มาใช้จริง ๆ  จังเป็นวัยที่ต้องใช้ความสุขุมคัมภีรภาพเป็นเครื่องดำเนิน  ( อุปมาด้วยการที่ต้องเอาน้ำลูปอก)  คือทำอะไรด้วยจิตใจเยือกเย็น เพราะเป็นวัยที่ต้องครองคู่ร่วมกันในครอบครัวและต้องติดต่อกับคนอื่น ๆ

                วัยปลาย  ( ยามค่ำ )  เป็นวัยว่างจากธุรกิจการงาน  เนื่องจากสังขารวัยไม่เอื้ออำนวยเหมาะแก่การที่จะหยุดพักผ่อนวางมือจากธุรกิจการงาน  ต้องอาศัยที่นอน   ( ลูกหลาน )  เป็นที่พึ่งพา  จึงจำเป็นต้องหันมาเอาใจใส่ปฏิปทา  คุณธรรมที่พึงปฏิบัติ  ทั้งด้านคุณธรรมประจำตนและคุณธรรต่อลูกหลานอันจะไม่ก่อความเดือดร้อนเปอะเปื้อนให้แก่คนที่นอน  คือลูกหลานต่อไปภายหน้า  ( อุปมาด้วยการล้างเท้า,  ชำระปฏิปทาให้บริสุทธิ์สะอาดปราศจากสิ่งน่ารังเกียจ)  จึงจะเป็นปูชนียบุคคล  คนที่บุคคลที่ควรแก่การที่ลูกหลานจะพึงบูชายกย่องเป็นบรรพบุรุษ หรือบุพพการีชนได้เต็มภาคภูมิ

ผนวก

            ธิดาทั้ง ๗  ของกบิลพรหม  หรือนางสงกรานต์ กำหนดอิริยาบถตามระยะกาลที่ดาวอาทิตย์ยกย้ายราศีขึ้นสู่ราศีเมษในเวลา  ๒๔  ชั่วโมง  โดยกำหนดตามกิริยาอาหารเหมือนคนเราทั่วไป  ดังนี้

                ถ้าย้ายในตอนเช้า                 ๐๖.๐๐ น.      ๑๒.๐๐ น.   นางสงกรานต์ยืนลืมตา

                ถ้าย้ายในตอนเที่ยง               ๑๒.๐๐ น.      ๑๘.๐๐ น.   นางสงกรานต์นั่งลืมตา

                ถ้าย้ายในตอนค่ำ                  ๑๘.๐๐ น.       ๒๔.๐๐ น.  นางสงกรานต์นอนลืมตา

                ถ้าย้ายในตอนกลางคืน        ๒๔.๐๐ น.      ๐๖.๐๐  .   นางสงกรานต์นอนหลับตา


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

  เบญจกัลยาณธรรม                 กัลยาณธรรม   แปลว่า   ธรรมอันงาน   เมื่อกล่าวโดยความก็คือ   ข้อปฏิบัติพิเศษที่ยิ่งขึ้นไปกว่าศีลและเป็นคู่...