เทศกาลตรุษจีน
เทศกาลตรุษจีน
หรือวันตรุษจีน
อันเป็นวันขึ้นปีใหม่ของจีนนั้น
จีนบนผืนแผ่นดินใหญ่หรือประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนปัจจุบัน
ได้เปลี่ยนชื่อเสียใหม่
เป็นเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิ
หลังจากที่จีนได้เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์
การกำหนดวันตรุษจีนนั้นไม่ตรงกันทุกปี
แต่จะใช้ปฏิทินทางจันทรคติ
หรือไม่ก็ปฏิทินเกรกกอเรียเป็นหลักซึ่งววันดังกล่าวจะตกอยู่ระหว่างวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ห่างไกลจากเส้นศูนย์สูตรของโลกมากที่สุดในช่วงฤดูหนาวคือระหว่างประมาณตั้งแต่ วันที่ ๒๒
ธันวาคม กับวันวสันตวิษุวัติ (
Vernal Equinox ) ได้แก่วันที่มีกลางวันและกลางคืนเท่ากัน คือ ประมาณวันที่ ๒๑
มีนาคม ฉะนั้น
วันตรุษจีนจึงตกอยู่ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนมกราคม ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์
การเรียกชื่อปีใหม่
เรียกตามชื่อราศี ๑๒ ราศี ตามระบบโหราศาสตร์ของจีนเช่นเดียวกับไทย คือ ปีหนู
( ปีชวด)
วัว (ฉลู) ขาล (เสือ) กระต่าย ( เถาะ) มังกร ( มะโรง ) งูเล็ก (
มะเส็ง ) ม้า (มะเมีย ) แพะ (มะแม)
ลิง ( วอก ) ไก่ (ระกา ) หมา (จอ) หมู (กุน) นอกจากนั้นการเรียกปียังมีรายละเอียดออกไปอีก เช่น
มีมังกรทอง ปีมังกรไม้ เป็นต้น
โดยกำหนดเอาระยะเวลา ๖๐ ปี เป็นเวลาบรรจบครบรอบหนึ่ง
เกี่ยวกับประวัติชื่อต่าง ๆ
ประจำ ๑๒
ราศีนั้นมีนิยายปรัมปราเล่าขานตามคติแบบมหายานว่า ในสมัยพุทธกาลโพ้น เมื่อพระพุทธเจ้าเรียกให้สัตว์ต่าง ๆ มาเฝ้าพระองค์นั้น มีสัตว์เพียง ๑๒
ชนิดดังกล่าวแล้วเท่านั้นมาเฝ้าตามพระประสงค์
ต่อมาพระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติให้เอาชื่อสัตว์ต่าง ๆ ๑๒ ชนิดดังกล่าวนั้น เป็นชื่อประจำราศีหรือปูมปฏิทิน
ปูมปฏิทิน
นับว่าเป็นสิ่งตีพิมพ์ที่ทำเผยแพร่ต่อเนื่องกันเป็นเวลายาวนานเก่าแก่ที่สุดในโลก เชื่อกันว่าเริ่มมีมาตั้งแต่ราว ๒๒๐๐ ปีก่อนคริสตกาล
เวลาที่แน่นอนนั้นยังเป็นเรื่องถกเถียงกันอยู่ในหมู่ของผู้นิยมความคิดว่าเวลาแน่ชัดนั้นเป็นเรื่องสำคัญมีนิทานเล่าว่า จั้กรพรรดิเหยาซึ่งมีพระชนมายุอยู่ราว ๒๒๕๔
ปีก่อนคริสตกาลเป็นผู้มีพระบรมราชโองการให้กำหนดฤดูกาลสำหรับชาวนาจะได้รู้ว่าเมื่อไรควรจะปลูกข้าว
และเมื่อไรจะถึงเวลาเก็บเกี่ยวพืชผลโดยโปรดเกล้าฯ
ให้เรียกประชุมบรรดานักโหราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชั้นยอดาของประเทศ ให้จัดทำเขียนปูมปฏิทินฉบับแรกขึ้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้ยึดถือตารางเวลาดังกล่าวเป็นแนวปฏิบัติทั่วกัน นับแต่จักรพรรดิลงมาถึงปวงประชาราษฎร
ปูมปฏิทิน
จะได้รัยจัดทำขึ้นใหม่ทุกปีโดยคณะกรรมการโหราศาสตร์
ซึ่งเอามาจากข้อมูลเชิงโหราศาสตร์และข้อสังเกตทั่วไปจากทั่วประเทศจีน โดยจัดเตรียมไว้เป็น ๓ ฉบับ คือ
ฉบับที่หนึ่ง เป็นการคัดลายมือ สำหรับจักพรรดิหรือฮ่องเต้ทรงใช้ ฉบับที่สอง
สำหรับผู้ปกครองหัวเมืองและข้าราชการขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ฉบับที่สาม
เป็นฉบับธรรมดา ๆ
สำหรับประชาราษฎร์ทั่วไป
ปูมปฏิทินดังกล่าว
ในไต้หวันเรียกว่า
ปูมปฏิทินชาวนา
ในฮ่องกงเรียกว่า ศาสตร์แห่งสรรพสิ่ง ( ทงเสินหรือทงลี่) แต่ฉบับของฮ่องกงเป็นปฏิทินที่นิยมทั่วไปแม้แต่ในไต้หวันและไทย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น