ปาท่งโก๋ หรือปาท่องโก๋
ขนมชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมนำมารับประทานคู่กับเครื่องดื่ม โดยเฉพาะกาแฟในตอนเช้า ซึ่งมักจะเรียกเพี้ยนกันไปเป็น ปลาท่องโก๋
นั้นมีชื่อจริง ๆ ว่า
เหย่าจาไกว่
หรือต่อมาเรียกว่าเหย่าจาโก๋
แปลว่า ขนมทอดน้ำมัน ส่วนคำว่า
ปาท่งโก๋ หรือปาท่องโก๋ อันแท้ที่จริงนั้นก็มาจากคำว่า ปัก+ถ่อง+โก๋ แปลว่า ขนมน้ำตาลทรายขาว
มีลักษณะเป็นแผ่นกลมใหญ่ขนาดเท่าฝ่ามือมีน้ำตาลทรายขาวโรยหน้าอยู่ เป็นขนมที่ชาวจีนกวางตุ้ง นิยมหาบขายคู่กันกับเหย่าโจ๋ ( ขนมทอดน้ำมัน ) มีลักษณะเช่นปาท่องโก๋
หรือที่บางคนเรียกชื่อเกิดสั้น ๆ
ว่าจาก๊วย
ซึ่งตัดมาจากคำว่าเหย่าจาไกว่
หรือเหย่าจาก๊วย ที่นิยมรับประทานกับกาแห
ตอนเช้า ๆ ในปัจจุบัน
แต่เนื่องจากชาวจีนกวางตุ้งมักร้องขายควบชื่อกันว่า “ ปักถ่องโก๋ เหย่าจาไกว่
คนที่จี่ชื่อจึงเรียกสั้น ๆ ว่า เฉพาะชื่อต้นว่า ปักถ่องโก๋
หรือปาท่องโก๋ เท่านั้นทั้ง ๆ
ที่แม้ต้องการชื้อเฉพาะ
เหย่าจาไกว่ หรือจาก๊วย เพียงอย่างเดียวก็ตาม จึงเมื่อเวลานานเข้า เหย่าจาไกว่
ก็เลยกลายมีชื่อเป็นปาท่องโก๋ไปในที่สุดโดยปริยาย
ปาท่งโก๋ หรือ ปาท่องโก๋
ซึ่งชื่อที่แท้จริงคือ
เหย่าจาไกว่ นั้นมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จีนอันยาวนาน
มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า
ในรัชสมัย กษัตริย์เกาจง แห่งราชวงศ์ซ้อง ( พ.ศ. ๑๖๗๐ - ๑๗๐๔ ) แม่ทัพหนุ่มฝีมือฉกาจของจีนผู้หนึ่ง ชื่อว่า งักฮุ้ย
ได้นำทัพมีกำลังน้อยกว่าข้าศึกตีโต้กองทัพแห่งราชวงศ์กิม เผ่าแมนจู
ข้าศึกผู้เข้ามารุกราน
จีนไล่ล่าถอยไปจนเกือบจะพ่ายแพ้
แต่ขุนนางตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีขอบจีน
ชื่อฉินไกว่
หรือบางแห่งออกเสียงเป็นชิงไกว่
เป็นขุนนางกังฉิน รับสินบนข้าศึกโชว์ประเด็นถือนโยบายยอมแพ้
ได้บังอาจปลอมพระราชโองการประทับพระราชสัญจกรของฮ่องเต้
คือกษัตริย์เกาจงเรียกให้งักฮุยให้งักฮุยล่าถอนทัพกลับเสีย แต่งักฮุยเห็นว่าข้าศึกจะแพ้แล้วจึงเร่งตีกระหน่ำเรื่อยไปไม่ได้ถอนทัพกลับในทันทีกระทั่งฉิ้นไกว่ต้องอ้างพระราชโองการไปถึง ๓ ครั้ง พร้อมกำชับว่าถ้าไม่รีบกลับพระนคร แต่ก็ยังถูกฉิ้นไกว่
แต่ก็ยังถูกฉิ้นไกว่ชิงประหารชีวิตเสียท่ามกลางกระแสเสียงคัดค้านอย่างเช็งแช่ทั่วไปเป็นเหตุใหจีนตกอยู่ในอำนาจของรางวงศ์กิมแห่งแมนจูในที่สุด
ประชาราษฎรพากันโกรธแค้น
แต่ไม่รู้จะทำอะไรอัครมหาเสนาบดีได้
จึงพากันแช่งชักโดยการทำแป้งปั้นเป็นรูปหยาบ ๆ แทนฉิ้นไกว่ ๒ ผัวเมียนำมาทอดในกระทะน้ำมันที่เดือดพล่านแช่งให้ตกนรกลงกระทะทองแดงไปตามเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา
ทำนองเผาพริกเผาเกลือแช่งชักหักกระดูกตามคติของไทยเราแต่โบราณ ฉะนั้น
ต่อมาเมื่อเรื่อราวปรากฏความจริงขึ้นว่า
งักฮุยถูกฉิ้นไกว่แอบอ้างพระราชโองการฮ่องเต้ฆ่าทิ้งเสียเช่นนั้น ทางราชการระลึกถึงความดี จึงสร้างศาลบูชาคุณความดีและความชื่อสัตว์ต่อฮ่องเต้ของแม่ทัพงักฮุยไว้ที่เมืองฮันเจา
และสร้างรูปปั้นฉิ้นไกว่ หรือชิงไกว่ สองสามีภรรยา
หล่อด้วยเหล็กเป็นรูปปั้นคุกเข่าคารวะไว้ที่หน้าศาลเป็นการประจานความชั่วของสามีภรรยาคู่นี้ ให้โลกได้รู้เห็นตลอดไป
แม่ทัพงักฮุย
ได้รับยกย่องเทิดทูนขึ้นเป็นเทพเจ้าแห่งความจงรักภักดี
ไดรับพระราชทานราชทินนามมีเกียรติเหนือกวนอู
แต่ประชาชนได้มิไดเซ่นสรวงเหมือนอย่างเช่นสรวงเทพเจ้ากวนอู
ปาท่งโก๋ ( เหย่าจาไกว่ ) จาก๊วย หรือจาโก๊ย
มีประวัติความเป็นมายาวนาน
หงส์
เรื่องเกี่ยวกับนกกระสานี้
มีคติความเชื่อถือด้านกันอยู่ในหมู่พี่น้องชาวจีนเองชาวจีนฮกเกี้ยน ถือว่า
นกกระสา
เป็นสัญญลักษณ์แห่งความตายของสตรี
เป็นลางร้าย หรือโชคร้าย ทำนองอย่างไทยลางถิ่นเชื่อเรื่องนกแสก ฉะนั้นถ้าเกิดมีใครนำการ์ดรูปนกกระสา
เขียนคำอวยพรไปแสดงความยินดีหรืออวยพรแก่สตรีที่เพิ่งคลอดบุตรละก็ จะกลายเป็นเรื่องที่น่าตกใจ สำหรับเขา
เพราะมันหมายถึงโชคร้ายหรือความตายกำลังจะมาเยือนเธอ
แต่สำหรับชาวจีนกวางตุ้งแล้วกลับถือว่า
นกกระสาเป็นสัญญลักษณ์แห่งความมีอายุยืน
ฉะนั้น
จึงเป็นเรื่องที่ชนชาวไทยเราจำเป็นต้องเรียนรู้และระมัดระวังในการแสดงออกให้ถูกตามคตินิยมเมื่อต้องคบค้าสาคมกับเขาตามสมควร

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น