วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565

ระเบียบปฏิบัติการใช้ด้ายสายสิญจน์

 


ระเบียบปฏิบัติการใช้ด้ายสายสิญจน์

ความหมายของด้ายสายสิญจน์

            คำว่า  สายสิญจน์ “  หรือ  ด้ายสายสิญจน์ “  หมายถึงเส้นด้ายที่นำมาใช้ในพิธีรดน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลในงานพิธีมงคลต่าง ๆ

                คำว่า  สิญจน์ “  แปลว่า   การรดน้ำ  การเทน้ำ  การราดน้ำ  การสาดน้ำ  ได้แก่  การทำพิธีรดน้ำที่ประกอบด้วยการร่ายเวทมนต์คาถา  เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความนิยมเชื่อถือของลัทธิศาสนาพราหมณ์

                ด้านสายสิญจน์  นิยมใช้ด้ายดิบ  นำมาจับทบเข้าตามแบบของการจับด้ายสายสิญจน์  เมื่อจับครั้งแรกสำเร็จเป็นด้ายสายสิญจน์  ๓  เส้น  นิยมใช้วงในการทำพิธีเบิกโลงสำหรับใส่ศพ  ครั้นจับอีกครั้งสำเร็จเป็นด้ายสายสิญจน์  ๙  เส้น  นิยมใช้ในงานพิธีมงคลทั้งหลายทั่วไป

                การใช้ด้ายสายสิญจน์ในงานพิธีมงคลต่าง ๆ นั้น  แม้จะเป็นความนิยมเชื่อถือตามลัทธิศาสนาพราหมณ์ก็ตาม  แต่ในทางพระพุทธศาสนาก็ไม่ทรงห้าม  คงอนุโลมคล้อยตามประเพณีนิยมของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายในยุคนั้น ๆ  ซึ่งเคยเป็นผู้เคารพนับถือลัทธิศาสนาพราหมณ์มาก่อน

                ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ขัดต่อโลก   คือ   ไม่ขัดขวางความนิยมเชื่อถือของชาวโลก   ที่ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน  ทั้งความ นิยมเชื่อถือแบบนี้ก็ไม่ถึงกับเป็นการฝืนธรรมชาติ  คือ  ไม่ใช่ความเชื่อถือที่ขัดแย้งต่อหลักสัจธรรมในทางพระพุทธศาสนาโดยตรงเป็นเพียงแต่ความเชื่อถือเช่นนี้  ยังห่างจากหลักสัจธรรมเท่านั้น

                ความจริง   ความนิยมเชื่อถือเกี่ยวกับเรื่องพิธีกรรมต่าง ๆ  เช่น  พิธีเรียกขวัญ  พิธีเชิญขวัญ   พิธีทำขวัญ  พิธีโกนจุก  พิธีทำขวัญนาค  เป็นต้น  ที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายนิยมประพฤติปฏิบัติจัดทำสืบต่อกันมาแต่โบราณกาลจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้  ด้วยเป็นเรื่องของลัทธิศาสนาพราหมณ์ทั้งสิ้น  ไม่ใช่คำสอนทางพระพุทธศาสนา  ไม่ใช่เนื้อหาสาระ  ไม่ใช่แก่นไม่ใช่สัจธรรม  จัดได้ว่าเป็นเพียงเปลือก  เป็นเพียงกระพี้ของพระพุทธศาสนาแม้โดยแท้

                ถึงกระนั้น   พิธีกรรมต่าง ๆ  ที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายนิยมเชื่อถือเหล่านั้น  ก็นับได้ว่ามีความสำคัญไม่น้อย   และมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพุทธศาสนิกชนทั้งหลายผู้ทีมีศรัทธายังไม่มั่นคง  ยังง่อนแง่นคลอนแคลน  ยังมีกำลังไม่เข้มแข็งพอจึงจำเป็นจะต้องอาศัยเกาะพิธีรีตองต่าง ๆ  ไปพลาง ๆ ก่อน

                อุปมาเหมือนบรรดาบุคคลทั้งหลายที่เดินขึ้นบันไดอาคารบ้านเรือน  บุคคลทีมีกำลังกายอ่อนแอ    ไม่แข็งแรง  ได้แก่  เด็กและคนทุพพลภาพ  หรือคนชราทุพพลภาพ  ย่อมมีความจำเป็นจะต้องอาศัยเกาะราวบันไดขึ้นลง   ส่วนบุคคลทีมีร่างกายแข็งแรงก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอาศัยเกาะราวบันได  ขึ้นลงได้อย่างสะดวกสบาย  ฉันใด

                ในบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลายผู้นิยมเชื่อถือพิธีรีตองต่าง ๆ  ก็ฉันนั้นเหมือนกัน   พุทธศาสนิกชนผู้ได้รับการศึกษาอบรมในทางพระพุทธศาสนายังน้อย  ยังเข้าไม่ถึงสัจธรรมเชื่อว่าเป็นผู้มีกำลังใจไม่เข้าแข็ง ยังมีจิตใจไม่มั่นคง  จึงจำเป็นจะต้องอาศัยเกาะพิธีต่าง ๆ ไปพลาง ๆ  ก่อน  ส่วนพุทธศาสนิกชนผู้ที่ได้รับการศึกษาจนมีความรู้ถึงสัจธรรมแล้ว  ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอาศัยเกาะพิธีรีตองเหล่านั้นอีกต่อไป  ฉันนั้น


ประโยชน์ของพิธีกรรมต่าง ๆ

                ธรรมดาต้นไม้ที่มีแก่นทั้งหลาย  ใช่ว่าจะมีแก่นมาแต่เริ่มเกิดขึ้นเป็นลำต้น  ก็หามิได้  แก่นย่อมเกิดมีขึ้นภายหลังทั้งสิ้นและก่อนที่จะมีแก่นเกิดขึ้นภายในลำต้นกได้ก็จำเป็นจะต้องอาศัยเปลือก  อาศัยกระพี้  ห่อหุ้มป้องกันอยู่ภายนอก  ถ้าต้นไม้ปราศจากเปลือกและกระพี้แล้ว  จะมีแก่นเกิดขึ้นไม่ได้เลย  ฉันใด

                สัจธรรมทางพระพุทธศาสนา  ก็ฉันนั้นเหมือนกัน  กล่าวคือ  พระพุทธศาสนาเปรียบเหมือนต้นไม้มีแก่น    สัจธรรมเปรียบเสมือนแก่นของต้นไม้  พิธีรีตองต่างๆ   ซึ่งเนื่องมาจากลัทธิศาสนาพราหมณ์เปรียบเสมือนเปลือกและกระพี้ของต้นไม้

                ถ้าพุทธศาสนิกชนทั้งหลายผู้มีจิตใจยังไม่เข้มแข็งพอ   ไม่อาศัยเกาะพิธีรีตองเป็นเครื่องยึดเหนี่ยงจิตใจให้หันเข้าหาพระพุทธศาสนาแล้ว ก็ไม่มีโอกาสจะได้รับการศึกษาอบรบทางพระพุทธศาสนา  และไม่มีโอกาสจะประพฤติปฏิบัติตนเข้าถึงสัจธรรมทางพระพุทธศาสนาได้เลย  ฉันนั้น

ความนิยมในการใช้ด้ายสายสิญจน์

                การใช้ด้ายสายสิญจน์  เกี่ยวกับพิธีบำเพ็ญกุศลทางพระพุทธศาสนานั้น  นิยมใช้ทั้งงานพิธีมงคลและงานพิธีอวมงคล

                ในงานพิธีอวมงคลเกี่ยวกับศพ  ไม่นิยมใช้ด้ายสายสิญจน์วงรอบอาคารบ้านเรือน   แต่นิยมใช้เป็นสายโยงจากศพมาถึงอาสน์สงฆ์    เพื่อให้พระสงฆ์พิจารณาบังสุกุลเท่านั้น

                ส่วนในงานพิธีมงคลต่าง ๆ เช่น  งานพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่  งานพิธีทำบุญบ้านเรือนประจำปี  เป็นต้น  นิยมใช้ด้านสายสิญจน์วงรอบอาคารบ้านเรือนด้วย  โดยมีความนิยมในการวงด้ายสายสิญจน์  ดังนี้

                ถ้าอาคารบ้านเรือน  มารั้วหรือกำแพงล้อม  นิยมวงด้ายสายสิญจน์รอบรั้วหรือกำแพงรอบบริเวณทั้งหมด

                ถ้าบ้านเรือนไม่มีรั้ว  หรือกำแพงล้อม  หรือมีแต่บริเวณกว้างขวาง  หรือมีอาคารปลูกสร้างที่ไม่เกี่ยวกับพิธีมงคลอยู่ในบริเวณนั้นด้วย  นิยมวงสายสิญจน์เฉพาะรองตัวอาคารบ้านเรือนที่ประกอบพิธีมงคลเท่านั้นก็พอ

                ถ้างานพิธีมงคลนั้น  ไม่เกี่ยวกับพิธีทำบุญบ้านเรือนโดยตรง  เช่น  งานมงคลสมรส  เป็นต้น  ทั้งเจ้าภาพก็ไม่ประสงค์จะวงด้ายสายสิญจน์รอบตัวอาคารบ้านเรือนด้วย  ก็นิยมวงด้ายสายสิญจน์เฉพาะรอบฐานพระพุทธรูปที่โต๊ะหมู่บูชาในห้องประกอบพิธีแล้วโยงมาวงรอบภาชนะน้ำมนต์  ด้านขวาของอาสน์สงฆ์  เพียงเท่านี้ก็ได้

การวงด้ายสายสิญจน์รอบบ้านเรือน

                การวงด้ายสายสิญจน์รอบอาคารบ้านเรือนนั้น  นิยมใช้ในพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่  พิธีทำบุญบ้านประจำปี  และพิธีทำบุญบำบัดความเสนียดจัญไร  เป็นต้น

                การวงด้ายสายสิญจน์ในพิธีทำบุญดังกล่าวนี้  นิยมวงไว้ตลอดไปโดยไม่ต้องเก็บ  เพราะถือกันว่า  ด้ายสายสิญจน์นั้นเป็นด้ายพระปริตสำหรับเป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันภัยพิบัติอุปัทวันตรายทุกประการที่จะพึงเกิดมี

                ส่วนพิธีทำบุญงานมงคลอื่น  ๆ  เช่น  พิธีทำบุญงานมงคลสมรส  เป็นต้น  นิยมวงด้ายสายสิญจน์เฉพาะบริเวณห้องพิธีนั้น ๆ  หรือเฉพาะโยงจากพระพุทธรูปมาให้พระสงฆ์ถือเจริญพระพุทธมนต์เพียงเท่านั้นก็พอ

วิธีการวงด้ายสายสิญจน์

                การวงด้ายสายสิญจน์รอบอาคารบ้านเรือน  หรือรอบริเวณงานนั้น  นิยมเริ่มวงด้ายสายสิญจน์ตั้งแต่โต๊ะหมู่บูชาพระพุทธรูปที่ห้องประกอบพิธีนั้นเป็นต้นไป   แต่ยังไม่ต้องวงรอบพระพุทธรูปนั้น  เมื่อวงรอบอาคารบ้านเรือน  หรือวงรอบบริเวณงานแล้ว  จึงนำมาวงรอบพระพุทธรูปภายหลัง

                การวงด้ายสายสิญจน์นั้น   นิยมวงเวียนทักษิณาวัฏ  คือเวียนขวาไปตามลำดับ   และยกขึ้นให้อยู่ที่สูงมากที่สุดเท่าที่จะสูงได้   เพื่อป้องกันมิให้ผู้ไดข้ามรายหรือทำขาด

                เมื่อวงรอบตัวอาคารบ้านเรือน  หรือวงรอบบริเวณบ้านแล้วก็นำมาวงรอบฐานพระพุทธรูปโดยวงเวียนขวา  ๑  รอบ  หรือ  ๓ รอบ  แล้วนำมาวงเวียนขวารอบภาชนะน้ำมนต์  ๑  รอบ  หรือ  ๓  รอบ  แล้วนำกลุ่มด้วยสายสิญจน์ที่เหลือใส่พานตั้งไว้ด้านซ้ายของโต๊ะหมู่บูชาพระพุทธรูป

                กลุ่มด้ายสายสิญจน์ที่เหลือนั้น  นิยมมีขนาดความยาวเพียงพอสำหรับพระสงฆ์จำนวน  ๙  รูป  ถือเจริญพระพุทธมนต์ได้สะดวก


การใช้ด้ายสายสิญจน์ทอดบังสุกุล

                งานทำบุญบำเพ็ญกุศลศพทุกชนิด  ไม่นิยมวงด้ายสายสิญจน์รอบอาคารบ้านเรือน  รอบบริเวณงาน  หรือโยงจากพระพุทธรูปมาให้พระสงฆ์ถือสวดพระพุทธมนต์

                แต่นิยมใช้สายสิญจน์โยงจากศพ  จากโกศอัฐิจากรูปของผู้ตาย  หรือจากรายนามของผู้ตาย   มาทอดให้พระสงฆ์พิจารณาบังสุกุลเท่านั้น

                ในพิธีทำบุงานมงคล  เช่น  งานทำบุญบ้านประจำปีเป็นต้น  มักนิยมอันเชิญโกศอัฐิของบรรพบุรุษมาตั้งร่วมบำเพ็ญกุศลด้วย  เมื่อจะนิมนต์พระสงฆ์ให้พิจารณาบังสุกุล  นิยมใช้ด้ายสายสิญจน์อีกกลุ่มหนึ่งต่างหาก  จากด้ายสายสิญจน์กลุ่มที่พระสงฆ์ถือเจริญพระพุทธมนต์

                ถ้ามิได้เตรียมด้ายสายสิญจน์กลุ่มอื่นไว้  นิยมเด็ดด้ายสายสิญจน์กลุ่มนั้นให้ขาดออกจากพระพุทธรูปเสียก่อน  แล้วจึงนำไปเชื่อมโยงกับโกศอัฐิให้พระสงฆ์พิจารณาบังสุกุล

การใช้ด้ายสายสิญจน์ทำมงคล

                การทำมงคล  เช่น  มงคลคู่สมรส  เป็นต้น  นิยมใช้ด้ายดิบที่ยังไม่ทำเป็นด้ายสายสิญจน์  ซึ่งมีจำหน่ายในท้องตลาดโดยซื้อด้ายดิบเป็นใจ   ( ม้วน ๆ ไปถวายให้พระเถระรูปใดรูปหนึ่งซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของตระกูลช่วยทำพิธีปลุกเสกทำเป็นมงคลสำหรับคู่บ่าวสาว

                เพื่อให้พระเถระท่านได้มีเวลาทำพิธีปลุกเสกด้วยพระพุทธมนต์ให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาวมากยิ่ง ๆ  ขึ้นจึงนิยมจำไปถวายท่านก่อนถึงวันงานสัก ๒ หรือ   ๓  วัน เป็นอย่างน้อย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

  เบญจกัลยาณธรรม                 กัลยาณธรรม   แปลว่า   ธรรมอันงาน   เมื่อกล่าวโดยความก็คือ   ข้อปฏิบัติพิเศษที่ยิ่งขึ้นไปกว่าศีลและเป็นคู่...