พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม
ผู้เป็นประธารพิธี หรือเป็นเจ้าภาพในงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมนั้น
ควรจะปฏิบัติในการจุดเครื่องสักการะบูชาตามลำดับ ดังนี้
จุดเครื่องสักการบูชาที่โต๊ะหมู่บูชาพระพุทธรูปก่อน แล้วสงเทียนชนวนคืนให้แก่พิธีกร
แล้วนั่งคุกเข่าประณมมือกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยดังกล่าวมาแล้ว กราบพระรัตนตรัย ๓ ครั้ง
เดินไปจุดเครื่องสักการะพระธรรม
ที่โต๊ะบูชาพระธรรมข้างหน้าอาสน์สงฆ์
สำหรับเป็นอาสน์นั่งของพระสงฆ์ที่สวดพระอภิธรรมแล้วส่งเทียนชนวนให้แก่พิธีกร น้อมตัวลงยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อมพระธรรม
เดินไปจุดเครื่องสักการะบูชาศพ
ที่โต๊ะเครื่องตั้งหน้าศพโดยจุดเทียน ๑ คู่ และจุดธูป ๑ ดอก
นั่งคุกเข่าประณมมือพร้อมทั้งธูปยกขึ้นจบบูชาศพ
โดยนิ้วชี้อยู่ระหว่างคิ้ว
พร้อมกับกล่าวคำขมาโทษต่อศพ (
ดังจะกล่าวต่อไปข้างหน้า
ในระเบียบปฏิบัติการไปในงานศพ )
แล้วปักธูปไว้
ณ กระถางธูป
ถ้ามีเครื่องทองน้อยสำหรับผู้ตายบูชาพระธรรมทั้งอยู่ที่หน้าศพนั้นด้วย
ก็จุดเครื่องสักการบูชาที่เครื่องทองน้อย
แล้วส่งเทียนชนวนคืนให้แก่พิธีกร
แล้วหันหน้าเครื่องทองน้อยนั้น (
หันด้านที่ตั้งดอกไม้ )
ออกไปทางพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม เพื่อให้ผู้ตายสักการบูชาพระธรรม แล้วหมอบกราบศพ ๑ ครั้ง
โดยกระพุ่มมือกราบ ( ดังจะกล่าวต่อไปข้างหน้า ในระเบียบการปฏิบัติการไปในงานศพ ) แล้วกลับไปนั่งที่เดิม
พิธีบำเพ็ญกุศลโดยมีพระธรรมเทศนาและพระสวดสำหรับเทศน์
การบำเพ็ญกุศลในงานศพ เช่น งานทำบุญสัตตมวาร ( ทำบุญ ๗ วัน ) งานทำบุญปัญญาสมวาร ( ทำบุญ ๕๐
วัน ) และงานทำบุญสตมวาร ( ทำบุญ ๑๐๐ วัน )
ซึ่งนิยมจัดให้มีการบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ ดังนี้
คือ
๑. มีพระเทศน์และพระสวดรับเทศน์ ( ในเวลาเย็น )
๒. มีพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ( ต่อจากพระเทศน์ ) และ
๓. มีพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม (
ต่อจากพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์)
ในวันรุ่งขึ้น
มีการถวายภัตตาหารเพล
และมีพระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล
โดยมากนิยมมีจำนวนเท่าอายุของผู้ตาย
ตามรายการบำเพ็ญกุศลนี้
มีวิธีปฏิบัติในการจุดเครื่องสักการบูชา
ดังต่อไปนี้ คือ
วิธีการปฏิบัติเมื่อพระเทศน์
จุดเครื่องสักการะบูชาที่โต๊ะหมู่บูชาพระพุทธรูปแล้ว
นั่งคุกเข่าประณมมือกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย และกราบลง
๓ ครั้ง
จุดเทียนบูชาพระธรรม
แล้วมอบให้พิธีกรนำไปตั้งไว้บนธรรมาสน์
เพื่อบูชาพระธรรม
จุดเครื่องสักการะบูชาศพ
และจุดเครื่องทองน้อยที่ตั้งอยู่ข้างหน้าศพ แล้วหันหน้าเครื่องทองน้อยไปทางพระเทศน์ เพื่อให้ผู้ตายบูชาพระธรรมเทศนา
แล้วนั่งคุกเข่าหมอบกราบศพ ๑ ครั้ง แล้วกลับไปนั่งที่เดิม
พิธีกรกล่าวคำอาราธนาศีล ๕ พรเทศน์ให้ศีล
รับศีลจบแล้วพิธีกรกล่าวคำอาราธนาพระธรรม ต่อไป
เจ้าภาพหรือประธานพิธี
จุดเครื่องทองน้อยซึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าด้านขวามือนั้น หันหน้าเครื่องทองน้อยไปทางพระเทศน์ เพื่อบูชาพระธรรมเทศนา แล้วประณมมือฟังพระธรรมเทศนาต่อไปจนจบกัณฑ์
เมื่อพระเทศน์จบแล้ว
เจ้าภาพหรือประธานพิธีเดินไปจุดเครื่องสักการะบูชาพระธรรมที่ตั้งอยุ่หน้าอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์สวดรับเทศน์ เมื่อจุดเสร็จแล้ว
น้อมตัวลงยกมือไหว้พระธรรมหลับไปนั่งที่เดิม ประณมมือฟังพระสงฆ์สวดพระคาถาธรรมบรรยายต่อไป
พิธีการทอดผ้าภูษาโวย
หรือทอดด้วยสายโยงที่โยงมาจากศพเพื่อเตรียมทอดผ้าบังสุกุล
เจ้าภาพหรือประธานพิธีลุกขึ้นไปทอดผ้าบังสุกุล แล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม
ขณะที่พระสงฆ์กล่าวคำพิจารณาผ้าบังสุกุล
เจ้าภาพ
หรือประธานพิธีประณมมือฟัง
เมื่อพระสงฆ์เริ่มอนุโมทนา ( ยะถา )
เจ้าภาพหรือประธานพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย เมื่อพระสงฆ์ขึ้น ( สัพพี ติโย …..) กรวดน้ำเสร็จแล้ว ประณมมือรับพรต่อไปจนจบ
วิธีการปฏิบัติเมื่อพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์
เมื่อพระสงฆ์ที่ได้รับอาราธนามาสวดพระพุทธมนต์นั่งบนอาสน์สงฆ์เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องจุดเครื่องสักการะบูชาอีก
เพราะพิธีบำเพ็ญกุศลต่อเนื่องกันมาจากการมีเทศน์
พิธีกรเริ่มกล่าวอาราธนาพระปริตต่อไป
ไม่ต้องกล่าวคำอาราธนาศีลอีก เพราะได้รับศีลมาแล้วจากพระเทศน์
เมื่อพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์จบแล้ว
เจ้าภาพ
หรือประธานพิธีทอดผ้าบังสุกุล ( โดยมากนิยมใช้ผ้าไตร ) เมื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุลแล้ว นิยมไม่ให้พร
เพราะพรุ่งนี้ยังจะต้องมาฉันภัตตาหารอีกครั้งหนึ่ง
วิธีการปฏิบัติเมื่อพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม
เมื่อพระสงฆ์มานั่งบนอาสน์หรับสวดพระอภิธรรมเรียบร้อยแล้ว เจ้าภาพ
หรือประธานพิธีจุดเครื่องสักการะบูชาพระธรรมที่โต๊ะหน้าอาสน์สงฆ์ พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม
ในการสวดพระอภิธรรมนี้
บางท้องถิ่นนิยมให้พิธีกรกล่าวคำอาราธนาพระธรรมก่อนเริ่มสวด และนิยมให้เจ้าภาพ หรือประธานพิธี หรือวงศ์ญาติ
ผู้ใดผู้หนึ่ง
ต้องจุดธูปบูชาพระธรรมก่อนสวดทุกจบ
เพื่อเป็นการอาราธนาให้พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม
เมื่อพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม
โดยมาก นิยมเพียง ๔ จบ
แล้วพิธีกรก็เก็บเครื่องสักการะบูชาพระธรรมและตู่พระอภิธรรม แล้วยกเครื่องไทยธรรมมาตั้งลนอาสน์สงฆ์ตรงหน้าพระสงฆ์แต่ละรูป
เจ้าภาพหรือประธานพิธีหรือวงศ์ญาติ
ช่วยกันถวายเครื่องไทยธรรมแก่พระสงฆ์
แล้วกลับมานั่งที่เดิม
พิธีกรทอดภูษาโยง
หรือทอด้ายสายโยง
แล้วเชิญเจ้าภาพหรือประธารพิธีให้ทอดผ้าบังสุกุล
เมื่อพระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุลเสร็จแล้ว
เริ่มอนุโมทนา ( ยะถา ) เจ้าภาพหรือประธานพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วยกุศลแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นเสร็จพิธี
วิธีการปฏิบัติเมื่อพระสงฆ์สวดถวายพรพระ
ในวันรุ่งขึ้นของการบำเพ็ญกุศล
เวลาใกล้เพลเมื่อพระสงฆ์มานั่งพร้อมกันบนอาสน์สงฆ์เรียบร้อย เจ้าภาพหรือประธานพิธีจุดเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัย และปฏิบัติการต่าง ๆ ด้งกล่าวมาแล้ว
จุดเครื่องสักการบูชาศพ
และปฏิบัติการต่าง ๆ
ดังกล่าวมาแล้ว
พิธีกรกล่าวอาราธนาศีล ๕
พระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์ให้ศีล
รับศีล
พระสงฆ์สวดถวายพรพระจบแล้ว
ถวายภัตตาหาร
เมื่อพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเพลเสร็จแล้ว
เจ้าภาพหรือประธานพิธีถวายเครื่องไทยธรรม
พระสงฆ์อนุโมทนา เจ้าภาพหรือประธานพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแล้ว เป็นเสร็จพิธี
วิธีการปฏิบัติเมื่อพระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล
เมื่อพระสงฆ์ที่ได้รับอาราธนามานั่งบนอาสน์สงฆ์เรียบร้อยแล้ว ก็ตั้งพัดสวดมาติกา จบแล้ว
ฝ่ายเจ้าภาพก็ช่วยกันถวายเครื่องไทยธรรม
( ถ้ามี )
พิธีกรทอดผ้าภูษาโยง
หรือทอดด้ายสายโยงเตรียมทอดผ้าบังสุกุล
เชิญเจ้าภาพหรือประธานพิธี พร้อมทั้งวงศาคณาญาติ และท่านผู้มาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล ให้ช่วยกันทอดผ้าบังสุกุล
การทอดผ้าบังสุกุลนี้
นิยมทอดตามขวางผ้าภูษาโยง
หรือขวางด้ายสายโยง
ถ้าอาสน์สงฆ์แคบ
ก็นิยมทอดผ้าบังสุกุลไปตามยาวของภูษาโยง
หรือตามยาวของด้ายสายโยง
การทอดผ้าบังสุกุลนี้
ไม่ควรที่จะยกถวายพระสงฆ์
เพียงแค่วางผ้าถวายไว้
โดยทอดอาลัยไม่มีความเสียดายห่วงใยในผ้านั้น
เมื่อพระสงฆ์ตั้งพัดพิจารณาผ้าบังสุกุลเสร็จแล้ว อนุโมทนา
เจ้าภาพหรือประธานพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตายอีกครั้งหนึ่ง
ถ้าอาสน์สงฆ์ไม่เพียงพอกับพระสงฆ์ที่อาราธนามาสวดมาติการบังสุกุลพร้อมกันทั้งหมดได้ ก็นิยมจัดนิมนต์พระสงฆ์ขึ้นบังสุกุลเป็นชุด ๆ ไป จนกว่าจะครบตามจำนวนที่นิมนต์มา


